สูตรเจลว่านหางจระเข้ เพื่อดูแลสุขภาพผิวและบรรเทาอาการปวด

            “ว่านหางจระเข้” พืชสมุนไพรที่หลายคนรู้จักแต่มักมองข้าม เนื่องจากเป็นพืชที่มีชื่อแสนเชย และดูโบร่ำโบราณ หารู้ไม่ว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามท้องตลอดที่จำหน่ายกันในราคาแพงหูฉี่ ส่วนใหญ่จะมีว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมหลักด้วย เพราะให้สรรพคุณมากมายเกี่ยวกับผิวพรรณ ทั้งยังมีประโยชน์ในเรื่องการบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีอีกด้วย
วันนี้เรานำสูตรเจลว่านหางจระเข้มาให้ท่านผู้อ่านได้ลองทำกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีความรู้พื้นฐานและประสบการณ์เกี่ยวกับตำหรับยาพอสมควร เพราะการทำเจลว่านหางจระเข้จะมีความวุ่นวายในการตระเตรียมส่วนประกอบ แต่รับรองว่าเป็นเคล็ดลับที่มีประสิทธิผลอย่างแน่นอน

เจลว่านหางจระเข้บำรุงผิว
1.เตรียมน้ำวุ้นว่านหางจระเข้ โดยนำใบว่านหางจระเข้มาปอกผิวเปลือกด้วยใบมีดคม ล้างให้สะอาดเพื่อปราศจากฝุ่นและยางสีขาวที่ทำให้เกิดอาการคันหรือแพ้ได้ หั่นเป็นรูปเต๋าขนาด 1 เซนติเมตร หรือโตกว่าเล็กน้อย ชั่งให้ได้ 100 กรัมหรือมากกว่า ปั่นด้วยเครื่องปั่น แต่อย่านานมากนัก จากนั้นกรองด้วยผ้าไนลอนขาวบาง ก็ได้จะได้น้เป็นวุ้นๆ
 2.ชั่งน้ำวุ้นว่านหางมา 80 กรัม ใส่น้ำบริสุทธิ์ตามสูตร คนให้เข้ากัน
   3.ชั่งและนำ disodium edetate มาละลายในข้อ 2. เพื่อเตรียมส่วน A
 4.ชั่งคาร์โบเมอร์ตามสูตร ค่อยๆ โปรยลงไปในส่วน A คนจนพองตัวหมด โดยค่อยๆ คนแล้วตั้งทิ้งไว้ เพื่อให้ฟองอากาศเล็กๆ ลอยขึ้นมาหมด
 5.ชั่งและละลาย germaben II ใน propylene glycol เพื่อเตรียมส่วน C
6.เทส่วน C ลงใน 4. ช้าๆ พร้อมกับคนให้เข้ากัน
7.ผสมสีลงไปให้มีสีเขียวอ่อนๆ โดยใช้ FD & C yellow dye และ FD & C blue dye
8.ค่อยๆ หยด trolamine (triethanolamine, TEA) ลงไป จนได้ pH 6.0 + 0.5 พร้อมคนช้าๆ จะได้เจลที่หนืดขึ้น
สูตรนี้จะได้วุ้นในใบว่านหางจระเข้มีสารเคมีอยู่หลายชนิด เช่น aloe-emidin, aloesin, aloin, glycoprotein และอื่นๆ ซึ่งวุ้นหรือน้ำเมือกหรือเจลว่านหางจระเข้ที่ได้ สามารถรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรังได้ เพราะในเจลว่านหางจระเข้นอกจากจะมีสรรพคุณรักษาแผล ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย แล้วยังช่วยสมานแผลได้ดี ที่สำคัญสามารถลดเลือนรอยสิวให้กลับมาเนียนใส

เจลว่านหางจระเข้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
1.ในส่วน A ให้ลดน้ำที่จะผสมน้ำวุ้นว่านหางจระเข้ลงตามสูตร
2.ละลาย disodium edetate ลงไปช้าๆ จนละลายหมด
3.ละลาย trolamine salicylate ลงไปช้าๆ จนละลายหมด
4.เตรียมตามลำดับขั้นตอนในข้อ 4-8 ของวิธีการเตรียมในสูตรแรก
โดยสูตรนี้สามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬา หรือทำงานหนักๆ ลดอาการเมื่อยล้าจากการใช้กล้ามเนื้อได้ โดยให้ทาบริเวณที่ปวดเมื่อยแล้วนวดเบาๆ

เจลว่านหางจระเข้ป้องกันแดดอย่างอ่อน
  1.วิธีการเตรียมตำรับนี้คล้ายคลึงกับตำรับ 2 คือ ในส่วน A ให้ลดปริมาณน้ำลงตามสูตร แตกต่างกันที่ส่วน C ให้ละลายสารกันแดดเพิ่มอีก 1 ตัว คือ benzophenone-9
2.ลำดับขั้นตอนในการเตรียมเช่นเดียวกันกับสูตรแรก
  นอกจากสรรพคุณในเรื่องการบำรุงผิวและลดทอนอาการปวดกล้ามเนื้อแล้ว เจลว่านหางจระเข้ยังสามารถทำปฏิกิริยากับสารกันแดด แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันแสงแดดอ่อนๆได้อีกด้วย โดยควรทาผิวหนังซ้ำทุก 4-5 ชั่วโมง ที่สำคัญไม่ควรเดินหรืออยู่ในที่มีแดดจัดจนเกินไป
อย่างไรก็ดี แม้ว่าเจลว่านหางจระเข้จะให้คุณค่าหลากหลายด้าน แต่อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วข้างต้นว่าการเตรียมอุปกรณ์และส่วนประกอบต่างๆเพื่อทำตามสูตร ต้องมีการศึกษาให้เกิดความชำนาญในระดับหนึ่งเกี่ยวกับตำหรับตำราการผสมสมุนไพร เช่น ควรทราบว่าตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ที่ใช้อาจเป็นสารบริสุทธิ์ที่สังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์ หรือสารสกัดจากพืชสมุนไพรมาทำให้บริสุทธิ์พร้อมใช้ (pure extract) หรืออาจใช้สารสกัดดิบ (crude extract) หากไม่มีความรู้พื้นฐาน แนะนำว่าอย่าพยายามทำด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เสียเวลาไปโดยไม่ได้ประโยชน์จากเจลว่านหางจระเข้เลยก็เป็นได้

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

@kwang

by @kwang

@kwang. แอดมินกวาง ผู้คร่ำหวอดในวงการ สุขภาพ ลดน้ำหนัก อาหารเสริม และ สินค้าความงามตั้งแต่ปี 2010 อยากรู้เรื่องอะไรสอบถามได้เลยค่ะ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเตรียมตอบคำถามให้คุณ Line: @beauty24store / Tel: 092-254-8284


loading...

"ติดต่อสอบถามสินค้าและบริการ" Call center: 092-254-8284 แอดไลน์ : @xgn3858s หรือกดลิ้งเลยค่ะ Line@ คลิ๊ก


Leave a Reply