9 เคล็บลับ สู่การรับประทานอาหารต้านมะเร็ง

         มะเร็งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็มีรายงานการเสียชีวิตของคนทั่วโลกจากการป่วยเป็นมะเร็งปีละเกือบ 8 ล้านคน และล่าสุดองค์การอนามัยโลก คาดว่าอีก 21 ปีข้างหน้า โลกจะมีผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 24 ล้านคน ที่ร้ายแรงมากที่สุดก็คือนอกจากมะเร็งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาณแล้ว การแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งยังส่งผลให้การทำงานของอวัยวะผิดปกติด้วย บางรายอาจต้องตัดแขนตัดขา ซึ่งแน่นอนว่ามันบั่นทอนความสุขทั้งต่อตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง
         อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่อยากให้โรคมะเร็งมาเล่นงาน สิ่งที่ต้องทำก็คือการสร้างเกราะคุ้มกันไม่ให้โรคร้ายนี้มาเยือน โดยบทความนี้ขอหยิบ 9 เคล็ดลับการรับประทานอาหารต้านมะเร็ง ซึ่งทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้แนะนำมาให้ท่านผู้อ่านมีภูมิคุ้มกัน ต่อสู้กับเซลล์มะเร็งที่อาจเกิดขึ้นในร่างกายโดยเฉพาะ

เคล็ดลับการรับประทานอาหารต่อต้านมะเร็ง

         1.ผักหลากสี อาหารต้านมะเร็งอย่างแรกนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยสีสันของผักนอกจากจะดูสวยงามสะดุดตาแล้ว ผักแต่ละสีแต่ละชนิดยังมีประโยชน์ต่อร่างกายและให้คุณค่าที่แตกต่างกันไปดังนั้นการรับประทานผักหลากหลายหรือรับประทานให้ครบทั้ง 5 สี จะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพตัวอย่างของผักและสารสีต่าง ๆ ได้แก่
         – สารสีแดง ได้แก่ มะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปอด
         – สารสีเหลือง/ส้ม ได้แก่ ฟักทอง แครอท มีสารแคโรทีนอยด์ และอุดมไปด้วยวิตามินเอ
         – สารสีเขียว ได้แก่ คะน้า บล็อคโคลี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี รวมถึงผักบุ้ง กวางตุ้ง ตำ      ลึง ที่มีวิตามินเอและพิกเมนต์
         – สารสีม่วง ได้แก่ กะหล่ าสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง สีม่วงในดอกอัญชัน พืชผักเหล่านี้มีสาร Anthocyanin ที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
         – สารสีขาว ได้แก่ มะเขือขาวเปราะ ผักกาดขาว ดอกแค โดยเฉพาะยอดแคมีเบตาแคโรทีนสูง
         2.ผลไม้ ผลไม้ประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่เป็นประโยชน์รวมทั้งยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติ ตัวอย่างเช่น ส้ม สับปะรด มะละกอ มะม่วง ที่มีทั้งวิตามินเอ ซี สารเบตาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ผลไม้ยังมีเส้นใยที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายท างานได้อย่างปกติ
         3.ธัญพืชและเส้นใย ธัญพืชเต็มเมล็ด คือธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุดทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ตัวอย่างของธัญพืช ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย นอกจากนี้ไฟเบอร์หรือใยอาหารในธัญพืชยังท าหน้าที่สำคัญในการพาสารต่าง ๆ ที่เป็นโทษต่อร่างกายซึ่งเกาะติดบริเวณลำไส้ให้ขับถ่ายออกไป จึงมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งในทางเดินอาหารและมะเร็งในลำไส้ใหญ่
         4.เครื่องเทศ หมายถึง ส่วนต่างๆของพืชที่นำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสอาหารหรือเพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอม สารประกอบอินทรีย์ที่เป็นกลิ่นหอมของเครื่องเทศนั้นมาจากส่วนที่เป็นน้ ามัน (Fixed oil) และน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ส่วนรสชาติที่เผ็ดร้อนนั้นมาจากส่วนที่เป็นยาง (Resins) นอกจากนี้ยังมีสารอื่น ๆ อีกเช่น แป้ง น้ าตาล แร่ธาตุ และวิตามินบางชนิด เป็นต้น นอกจากนี้เครื่องเทศยังประกอบไปด้วยสารหลายชนิดซึ่งมีสรรพคุณลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง รวมถึงการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้

         5.สารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ชาเขียว (Green Tea) ใบชาเขียวได้มาจากการนำยอดใบชาสดมาผ่านกระบวนการอบเพื่อลดความชื้นโดยไม่ผ่านการหมัก ชาเขียวมีสาร Catechins ที่ชื่อ epigallo-catechin-3-gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ สารดังกล่าวสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับ ทั้งนี้ ควรดื่มชาเขียวทันทีหลังจากชงชาเสร็จเนื่องจากหากทิ้งไว้ชาเขียวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศทำให้สูญเสียคุณค่าไป
         นอกจากนี้ น้ำเปล่าที่สะอาดและบริสุทธิ์ก็มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับมนุษย์ การดื่มน้ าสะอาดในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันจะทำให้ร่างกายได้รับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง น้ำเป็นสารตัวกลางสำคัญของร่างกายที่ใช้ในขบวนการต่างๆของเซลล์ เช่น ควบคุมสมดุลกรด-ด่าง และยังนำพาสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์ ตลอดจนนำของเสียหรือสารพิษออกจากเซลล์
         6.ปรุงอาหารถูกวิธี หนึ่งในเคล็บลับการรับประทานอาหารต้านมะเร็งก็คือการปรุงอาหารที่ถูกต้อง เพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ได้แก่ การไม่ปิ้งย่างอาหารประเภทเนื้อสัตว์จนไหม้เกรียม ไม่รับประทานอาหารแบบสุกๆดิบๆ โดยเฉพาะปลาน้ าจืดที่มีเกล็ด และไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง
         7.หลีกเลี่ยงอาหารไขมัน ไขมันในอาหารมีทั้งไขมันดีและไขมันเลว หากร่างกายมีไขมันเลวปริมาณมากอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ไขมันเลว ได้แก่ คลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์ LDL ส่วนไขมันดี ได้แก่ไขมันไม่อิ่มตัว เลซิติน HDL พบมากใน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกทานตะวัน และในปลา เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาจาระเม็ด เป็นต้น

         8.ลดบริโภคเนื้อแดง เนื้อแดงเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งที่จะทำให้การรับประทานอาหารต้านมะเร็งไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะการรับประทานเนื้อแดงมากๆอาจทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ โดยผู้ที่บริโภคเนื้อแดงมากกว่า 160 กรัมต่อวัน อาจมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น ดังนั้น เราควรจำกัดการรับประทานเนื้อแดงให้เหลือเพียงสัปดาห์ละ 500 กรัม
         9.ลดเกลือแกง และอาหารหมักให้น้อยลง เราควรบริโภคเกลือ (salt) ไม่เกิน วันละ 6 กรัม ซึ่งมีโซเดียม (sodium) อยู่ประมาณ 2,300 มิลลิกรัม การบริโภคเกลือในปริมาณสูงจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารประเภทหมักดองโดยเฉพาะที่มีการถนอมอาหารหรือปรุงแต่งสีด้วยดินประสิว เช่น ปลาร้า ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก กุนเชียง เนื้อเค็ม ปลาเค็ม เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจมีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีแดงผิดจากธรรมชาต

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

@kwang

by @kwang

@kwang. แอดมินกวาง ผู้คร่ำหวอดในวงการ สุขภาพ ลดน้ำหนัก อาหารเสริม และ สินค้าความงามตั้งแต่ปี 2010 อยากรู้เรื่องอะไรสอบถามได้เลยค่ะ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเตรียมตอบคำถามให้คุณ Line: @beauty24store / Tel: 092-254-8284


loading...

"ติดต่อสอบถามสินค้าและบริการ" Call center: 092-254-8284 แอดไลน์ : @xgn3858s หรือกดลิ้งเลยค่ะ Line@ คลิ๊ก


Leave a Reply