อาหารเสริมราคาส่ง ราคาพิเศษ มีครบทุกแบนด์

         สมัยนี้เรื่องความสวยความงามและการดูแลสุขภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากคุณดูดีเมื่อไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะง่ายดายขึ้น ราบรื่นขึ้นไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน ความรัก ครอบครัว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยร่างกายให้ป่วยเหมือนซอมบี้เดินได้ ผิวหน้าหมองคล้ำ เต็มไปด้วยสิวเขรอะ เช่นนั้นคงไม่มีใครอยากคุยกับคุณ ดังนั้น การดูแลตัวเองทั้งทางด้านสุขภาพและความสวยความงามจึงสำคัญมากกับคนยุคนี้
         อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองมีด้วยกันหลากหลายวิธี บ้างรับประทานอาหารคลีนเพื่อรักษาน้ำหนัก บ้างเข้าฟิตเนสเพื่อให้ได้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ในขณะที่บางคนลงทุนเข้าครอสดูแลผิวแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีดูแลตัวเองแสนง่ายและนิยมกันมากที่สุดโดยเฉพาะคุณผู้หญิง คือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและเพื่อความสวยความงาม ฉะนั้น บทความนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของเว็บไซต์หนึ่งที่เป็นช่องทางจำหน่ายอาหารเสริมราคาส่ง ราคาพิเศษ และที่สำคัญมีครบทุกแบรนด์ให้เลือกสรร

 

อาหารเสริมราคาส่ง จากเว็บไซต์ beauty24store สะดวก รวดเร็ว ง่ายดาย
         เพียงแค่คุณเข้าเว็บไซต์สั่งสินค้าของ beauty24store (http://www.beauty24store.com/shop) ก็จะพบกับอาหารเสริมราคาส่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามราคาพิเศษมากมาย ชนิดที่เรียกว่า “อยากได้แบบไหนเราจัดให้ได้หมด” แถมยังจัดเต็มกับโปรโมชั่นต่างๆ เช่น ซื้อมากลดมาก หรืออาหารเสริมราคาส่งบางตัวก็ลดราคาตั้งแต่สินค้าชิ้นแรกแล้ว นอกจากนี้คุณยังมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ได้เป็นของแท้แน่นอน 100% เพราะทุกชิ้นสั่งตรงจากบริษัทผู้ผลิต
         สำหรับช่องทางการสั่งซื้อสินค้าก็สะดวก รวดเร็ว ทันใจ หลังจากเลือกสินค้าได้ก็สามารถคลิกเลือกสินค้าใส่ตะกร้า พร้อมกรอกแบบฟอร์มสั่งซื้อ หรือสามารถทำการติดต่อสั่งซื้อสินค้า และสอบถามรายละเอียดต่างๆได้จากช่องทางต่างๆดังต่อไปนี้ เบอร์โทรศัพท์ : 092-254-8284 หรือ Line Id : @beauty24store ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็นอนตีพุงรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

เป็นโรคเหน็บชา หา วิตามิน บี คอมเพล็กซ์ (Vitamin B-Complex) มากินซะ

         โรคเหน็บชาเป็นโรคที่เรารู้จักกันมานาน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การ รับประทานอาหารที่ให้วิตามินบีหนึ่งไม่เพียงพอ ซึ่งเกิดจากการที่คนไทยส่วนใหญ่มักชื่นชอบรับประทานข้าวขัดสี แม้รสชาติจะถูกปาก แต่จะมีวิตามินบีหนึ่งอยู่น้อย มิหนำซ้ำการซาวข้าว และหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ จะทำให้สูญเสียวิตามินบีหนึ่งไปอีก จึงทำให้คนในบ้านเราขาดวิตามินบีหนึ่งกันมาก ถูกโรคเหน็บชาเล่นงานเอาได้ง่ายๆ การแก้ไขก็คือต้องเสริมวิตามินบีหนึ่งเข้าสู่ร่างกายให้เพียงพอ โดยจะได้จากแหล่งอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานอาหารเสริม Vitamin B-Complex ได้อีกด้วย


Vitamin B-Complex คืออะไร

Vitamin B-Complex (วิตามินบีรวม) เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายมาก โดยเฉพาะในการช่วยรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคเหน็บชา เผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ไปจนถึงรักษาโรคเกี่ยวกับสมอง ทั้งนี้ Vitamin B-Complex เป็นหนึ่งในวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ จึงไม่สามารถเก็บไว้ในร่างกาย มันจะถูกขับออกทางปัสสาวะ โดยวิตามินที่เป็นพื้นฐานสำหรับวิตามินบีรวม ได้แก่ วิตามิน บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 12 และเสริมด้วยวิตามินบี 5, Biotin, Choline, Inositol, Folic acid และ PABA


Vitamin B-Complex กับการรักษาโรคเหน็บชา

เนื่องจากภาวะร่างกายขาดวิตามินบีหนึ่ง จะทำให้เกิดโรคเหน็บชา ซึ่งมีหลายชนิด เช่น ชนิดผอมแห้ง (Dry Beriberi) จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการอักเสบของปลายประสาทเท้าและขาเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งรู้สึกชาหรือแสบร้อนบริเวณมือและเท้า หรือชนิดชนิดเปียก (Wet Beriberi) ผู้ป่วยจะมีอาการทางหัวใจ หายใจไม่สะดวก อ่อนเพลียไม่มีแรง เหนื่อยง่าย ใจสั่นหลังออกกำลังกาย หัวใจโต ชีพจรเร็ว บวมตามเท้า แขน และขาและอาจลามถึงลำตัว คอ และหน้าหรือทั่วตัวก็มี
นอกจากคนที่ขาดวิตามินบีหนึ่งจะต้องบริโภคอาหารที่มีวิตามินบีหนึ่งสูง ได้แก่ ยีสต์ น้ำมันตับปลา เนื้อหมู ข้าวไม่ขัดสีหรือข้าวกล้อง และพวกถั่วต่างๆ อีกวิธีที่จะช่วยรักษาโรคเหน็บชาอย่างได้ผล คือการได้รับ Vitamin B-Complex ซึ่งมีวิตามินบีหนึ่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย นอกจากรักษาโรคเหน็บชา ยังช่วยในระบบเผาผลาญไขมันและคอลเลสเตอรอล ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง สร้างกรดโฟลิก และมีส่วนสำคัญในการใช้โปรตีนของร่างกาย ช่วยให้ผิวแลดูมีสุขภาพดีและเนียนนุ่ม ชะลอการเกิดริ้วรอย ฟื้นคืนสีผมตามธรรมชาติให้กับเส้นผม และช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลไหม้

บำรุงสุขภาพ บำรุงร่างกาย ด้วยเทพมังกรยาน้ำสมุนไพร
 แม้ว่าคุณจะปฎิบัติตัวตามวิธี แก้ไขปัญหาสุขภาพ ด้วยการรับประทาน Vitamin B-Complex ที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น แต่โอกาสที่จะถูกสิ่งรอบๆตัวทำร้ายเสียหายจากปัจจัยอื่นๆ จนเกิดปัญหาสุขภาพและโรคภัยอื่นๆขึ้นได้อยู่ดี สำหรับใครที่กำลังมองหาอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่มีประสิทธิภาพช่วยในการบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค เราขอแนะนำ เทพมังกรยาน้ำสมุนไพร ที่พร้อมช่วยบำรุง ฟื้นฟู รักษาโรคภัยต่างๆ บำบัดรักษาอาการปวดเมื่อย เส้นตึง เส้นยึด ปวดไขข้อ ไขข้ออักเสบ เก๊าต์ นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

สาหร่ายแดง (แอสต้าแทนซิน) กับประโยชน์ที่หลากหลายต่อสุขภาพ

         สมัยนี้แค่ข้าวปลาอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อคงไม่พอ เพราะลองคิดดูว่ากว่าอาหารเหล่านั้นจะมาถึงเราต้องผ่านขั้นตอน กระบวนการต่างๆมามากมาย จนคุณค่าอาหารถูกลดหย่อนลงไป แถมผักผลไม้ก็มักมีสารเคมีเจือปนมาด้วย ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในสังคมยุคปัจจุบัน
         หนึ่งในอาหารเสริมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือสาหร่ายแดง หรือที่เรียกว่า “แอสต้าแทนซิน” เนื่องจากมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสที่เข้มข้นสูง มีงานวิจัยพบว่าสาหร่ายแดง (แอสต้าแทนซิน) มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า CoQ10 800 เท่า วิตามินอี 550 เท่า Green tea catechins 550 เท่า Alpha lipoic acid 75 เท่า เบต้าแคโรทีน 40 เท่า และสารสกัดจากเมล็ดองุ่นถึง 17 เท่ากันเลยทีเดียว

 

ประโยชน์จากสาหร่ายแดง (แอสต้าแทนซิน)
         พอพูดถึงสารแอสต้าแทนซิน หลายคนอาจคิดว่ามันมีประโยชน์ ในด้านความสวยความงามเพียงอย่างเดียว คือช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ลดเลือนริ้วรอย คงความยืดหยุ่นของผิว เผยผิวเรียบเนียนกระชับเต่งตึง และคืนความอ่อนเยาว์สู่ผิว แต่จริงๆแล้ว สาหร่ายแดง หรือแอสต้าแทนซิน มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด
         1.ช่วยป้องกันการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย ลดอาการแทรกซ้อนของโรคต่างๆ
         2.เพิ่มพละกำลัง ความแข็งแรงของร่างกาย รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน
         3.ป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสียูวี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดูอ่อนกว่าวัย ปรับสีผิว เพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความนุ่มนวล ลดฝ้า และจุดด่างดำ
         4.บำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น เพราะสารแอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) และสารลูทีน (Lutein) สามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงเบ้าตาที่อาหารเสริมตัวอื่นไม่สามารถทำได้
         5.บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้มีสมาธิ ความจำดีขึ้น เนื่องจากสารแอสต้าแซนธินสามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงสมองได้
         6.ลดอาการบาดเจ็บ ปวดเมื่อยข้อมือเนื่องจากอาการเอ็นอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้มือยกของ ทำงานหนัก ปวดข้อมือ มีอาการนิ้วล๊อค เอ็นข้อมืออักเสบ

         7.รักษาอาการปวดจากเม็ดพุพอง และแผลเปื่อยในช่องปากเนื่องจากเป็นไข้ เช่น ร้อนใน ภูมิแพ้ และผื่นคัน
         8.รักษาโรคเทนนิส เอลโบ (Tennis Elbow) ซึ่งเป็นอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ ช่วงกระดูกข้อมือ ข้อศอกด้านนอกของกระดูกต้นแขน
         9.โรครูมาตอยด์ สาหร่ายแดงมีผลวิจัยทางการแพทย์ของอเมริกาว่าสามารถรักษาโรครูมาตอยด์ได้
         10.โรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น โดยสาหร่ายแดงจะลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นพิษต่อร่างกาย และเสริมไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
         11.บำรุงน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้สมรรถภาพร่างกายดีขึ้น
         12.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ร่างกายแข็งแรง ทนทานต่อการเป็นโรคมากขึ้น
         13.ลดอัตราเสี่ยงจากการเกิดมะเร็ง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้น และเอนไซม์ธรรมชาติ
         14.ช่วยรักษาอาการเส้นเอ็นยึดและพังผืด ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ไม่ค่อยออกกำลังกาย โดยปกติโรคนี้จะรักษาได้ยากเพราะสาเหตุเป็นที่เส้น ไม่ใช่กระดูก จึงเอ็กซเรย์ไม่พบ

        

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

อาหารเสริมสายตาสั้น วิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด

         หลายคนอาจคิดว่าการที่สายตาสั้นนั้นแสดงว่ามีการเสื่อมของจอประสาทตา ซึ่งจริงๆแล้วอาการสายตาสั้นเกิดจากลูกตามีขนาดความยาวเกินกว่าขนาดโฟกัสของเลนส์แก้วตาและกระจกตา ภาพจากวัตถุในระยะไกลจะตกก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้เห็นภาพพร่า มัว มองเห็นไม่ชัดถ้าไม่ใส่แว่นนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม คนสายตาสั้นก็ควรได้รับการบำรุงอยู่เสมอ ไม่ต่างจากคนทั่วไป เช่น การรับประทานอาหารเสริมสายตาสั้น หรือวิตามินบำรุงสายตา

 

ผักผลไม้ ที่ช่วยบำรุงสายตา
         1.แครอท เป็นหนึ่งในอาหารบำรุงสายตาที่ดี เพราะมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด มีผลปฏิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง นอกจากจากนี้ยังช่วยให้มีผิวพรรณดี สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆอีกด้วย
         2.ฟักทอง เป็นอาหารที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอ บำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย
         3.ผักบุ้ง เหมาะสำหรับคนสายตาสั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยในการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ไม่ทำให้ปวดตา แสบตา เนื่องจากมีทั้งวิตามินเอและวิตามินซี รวมถึงเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย
         4.ตำลึง เป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นอาหารบำรุงสายตาชั้นดี มีเบต้าแคโรทีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อกระจก

 

“ลูทีน” วิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด
         นอกจากผักผลไม้บำรุงสายตาแล้ว วิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นอาหารเสริมสายตาสั้นที่ดีเยี่ยมนั่นก็คือ “ลูทีน” (Lutein) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์สีเหลืองซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ โมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยเฉพาะพื้นที่ของเรตินาที่เกี่ยวกับการรับภาพ ซึ่งจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็นและช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินา จากการศึกษา พบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ สารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina)

         ฉะนั้น ลูทีน (Lutein) จึงเป็นอาหารเสริมสายตาสั้นที่ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม เสริมสร้างการมองเห็นโดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Macular ที่จุดเล็กๆตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสาคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา ป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Macular Degeneration) ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts) ต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา และเพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืดได้ดีขึ้น
         อย่างไรก็ตาม แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่พบลูทีนมาก ได้แก่ ดอกดาวเรือง โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) และยังพบในกะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ผักกาด ต้นอ่อนกะหล่ำดาว ถั่วพิสตาชิโอ บรอกโคลี ข้าวโพด ไข่ และแครอท แต่นิยมนำมาทำเป็นอาหารเสริมสายตาสั้นมากกว่า เพราะใช้แทนกันได้ ไม่ต้องไปหารับประทานจากแหล่งธรรมชาติซึ่งมีความ

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

นอนดึกตื่นเช้า ต้องกิน วิตามินบีรวม

         การนอนดึกตื่นเช้า เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาวัยรุ่น วัยเรียน และวัยทำงานต่างก็ประสบพบเจอ เพราะไหนจะเรียน ไหนจะงาน ไหนจะโปรเจ็ค ทำให้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาในการพักผ่อนจึงถูกลดหย่อนไป แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนที่นอนดึกตื่นเช้า แต่หน้าตายังดูสดใส ไม่มีอาการง่วงเหงาหาวนอน ปราศจากขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า เพราะอะไรน่ะหรือ? คำตอบคือเพราะเขากินวิตามินบีรวมยังไงล่ะ

 

วิตามินบีรวม คืออะไร
         วิตามินบีรวม เป็นวิตามินที่มีความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะในการช่วยรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคเหน็บชาจนถึงโรคเกี่ยวกับสมอง แต่เป็นหนึ่งในวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ จึงไม่สามารถเก็บไว้ในร่างกายของเราได้ โดยมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะ แต่ก่อนมันจะถูกขับออกมันได้สร้างประโยชน์ให้เราอย่างมหาศาล เช่น ทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตในร่างกายให้เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไปใช้ได้ วิตามินที่เป็นพื้นฐานสำหรับวิตามินบีรวม ได้แก่ วิตามิน บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 12 และเสริมด้วยวิตามินบี 5, Biotin, Choline, Inositol, Folic acid และ PABA

 

ประโยชน์จาก วิตามินบีรวม
         วิตามินบี 1 มีหน้าที่ในการเผาผลาญน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปให้เกิดเป็นพลังงาน จะช่วยป้องการการเกิดโรคโลหิตจาง และโรคเหน็บชา ถ้าร่างการขาดวิตามินบี 1 จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ชาตามนิ้วมือนิ้วเท้าและเกิดผลเสียต่อกล้ามเนื้อหัวใจจากการคั่งค้างของเสีย
         วิตามินบี 2 มีประโยชน์มากในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ป้องกันการเกิดแผลในปากและโรคปากนกกระจอก ป้องกันการเกิดโรคไมเกรน ช่วยทำให้ ผิวหนัง เล็บ เส้นผมมีสุขภาพ และลดการเกิดมะเร็งหลอดอาหารอีกด้วย
         วิตามินบี 3 มีหน้าที่ในการเผาผลาญอาหาร ทำให้เกิดพลังและการสร้างไขมันในร่างกาย ช่วยทำลายสารพิษจากมลพิษ ควันบุหรี่ รักษาอาการเครียดและช่วยในการไหลเวียนของเลือด
         วิตามินบี 5 มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง บรรเทาอาการข้ออักเสบ ช่วยในการนอนหลับให้ดีขึ้น และควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
         วิตามินบี 6 จำเป็นต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท และมีหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญโปรตีนในรายกาย ช่วยปรับสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ
         วิตามินบี 12 มีความจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือด การทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และระบบทางเดินอาหาร ป้องกันอาการอ่อนเพลียจากโรคโลหิตจาง

         ไบโอติน (Biotin) มีส่วนสำคัญต่อการเผาผลาญไขมันและโปรตีน วิตามินนี้ดีต่อต่อร่างกายคือ ช่วยป้องกันผมหงอก บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน ช่วยปัองกันและรักษาเล็บแห้งเปราะ
         โคลีน (Choline) เป็นหนึ่งในสารช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยในการกระจายตัวของคอเลสเตอรอล ไม่ให้คอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังเส้นเลือดแดงหรือผนังของถุงน้ำดี
         อิโนซิทอล (Inositol) เป็นสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม ช่วยป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบ ทำให้รู้สึกสงบ
         กรดโพลิก (Folic acid) มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในกระบวนการเผาผลาญของโปรตีน มีความจำเป็นต่อการการแบ่งตัวของเซลล์ วิตามินนี้ดีต่อต่อร่างกายคือ ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอด ป้องกันการพิการแต่กำเนิดในทารก ช่วยให้ผิวพรรณแลดูสุขภาพดี ช่วยให้เจริญอาหาร หากกำลังอ่อนเพลีย ช่วยรักษาภาวะซีดหรือโหลิตจาง

         พาบา (PABA) หรือ กรดพารา-อะมิโนเบนโซอิก (Para-Aminobenoic acid) ช่วยในการสร้างกรดโฟลิก และมีส่วนสำคัญในการใช้โปรตีนของร่างกาย ช่วยในการดูด ช่วยให้ผิวแลดูมีสุขภาพดีและเนียนนุ่ม ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยฟื้นคืนสีผมตามธรรมชาติให้กับเส้นผม และช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลไหม้
         ด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินบีรวมที่มีส่วนช่วยในเรื่องระบบประสาท ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้สมองผ่อนคลาย และทำให้ประสาทตื่นตัว แถมยังช่วยให้การดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วงไหนที่มีอาการง่วงๆ มึนๆ ร่างกายจึงมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนที่นอนดึกตื่นเช้าจึงไม่มีอาการอ่อนเพลียให้เห็นนั่นเอง ซึ่งจะเห็นว่าวิตามินบีรวมมีประโยชน์มากมาย รู้แบบนี้อย่าลืมไปหามารับประทานโดยด่วน โดยเฉพาะบรรดามนุษย์ค้างคาว ชอบนอนดึกตื่นเช้า

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

เลิกบุหรี่ได้ด้วยยาโควเมม

         เชื่อเหลือเกินว่าเราทุกคนต่างก็รับรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผู้สูบบุหรี่เอง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด จะเพราะความเท่ห์หรือเพราะอาการติดสารนิโคตินอย่างงอมแงม ก็พึงทราบเถิดว่าไม่ใช่แค่ตัวคุณเองเท่านั้นที่ได้รับผลเสียจากการสูบบุหรี่ แต่ยังหมายรวมถึงบุคคลรอบข้างที่ได้รับควันบุหรี่ด้วย
         ที่เกริ่นมาแบบนี้ บางคนอาจคิดว่าเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมผู้สูบบุหรี่ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ วัตถุประสงค์ของบทความนี้ก็เพื่อให้คนที่อยากเลิกบุหรี่ได้เตือนสติตัวเอง และกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเลิกบุหรี่ ซึ่งทราบกันดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ อย่างไรก็ตาม บทความนี้ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลิกบุหรี่มาฝาก โดยหวังเพียงว่าวิธีนี้จะเป็นตัวช่วยให้การเลิกบุหรี่ของคุณเป็นสิ่งที่ง่ายดายมากขึ้น

 

การเลิกบุหรี่ ด้วยยาเลิกบุหรี่ โควเมม
         โควเมม (Quomem) เป็นยาเลิกบุหรี่ ที่ประกอบด้วยตัวยา  Bupropion HCl 150 มิลลิกรัมต่อเม็ด ยานี้เป็นยาที่ออกฤทธิ์เนิ่น หรือตัวยาจะค่อยๆปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ โดยตัวยา Bupropion HCl จะออกฤทธิ์ ในการดึงกลับของสารสื่อประสาท ซึ่งได้แก่ สารโดปามีน สารเซอราโทมีน และนอร์เอปิเนฟรินได้ สำหรับผู้ติดบุหรี่จะเกิดจากนิโคติน ที่จะไปกระตุ้นให้ร่างกายให้สร้างสารโดปามีน ซึ่งสารดังกล่าวทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุข ที่เรียกกันว่า “ฟิน” นั่นเอง
         ด้วยหลักการทำงานของยาเลิกบุหรี่ โควเมม จึงทำให้คุณรู้สึกอยากสูบบุหรี่ได้น้อยลง มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการเลิกบุหรี่ให้สัมฤทธิ์ผล เนื่องจากเหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้การเลิกบุหรี่ไปไม่ถึงฝั่ง ก็เพราะเจ้านิโคตินที่เป็นสารชนิดหนึ่งที่ทำให้คุณเสพติด


หลักการใช้ยาเลิกบุหรี่ โควเมม

         การเริ่มยาตั้งแต่วันที่ 1-3 ให้รับประทานวันละ 1 เม็ด ตอนเช้า ถ้าตื่นนอนแล้วรับประทานเลยก็จะยิ่งดี โดยในวันแรกๆนี้ ยังอนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ตามต้องการ ยังไม่ควรหยุดแบบหักดิบ เพราะจะทำให้ร่างกายปรับไม่ทัน อาจเกิดความอยากสูบบุหรี่จนทนไม่ไหว พอย่างเข้าวันที่ 4-7 ของการรับประทานยาเลิกบุหรี่ ให้รับประทานวันละ 2 เม็ด คือ 1 เม็ด ตอนตื่นนอน และตอนเย็น ระหว่างนี้ยังอนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ (แต่ส่วนใหญ่ความต้องการสูบบุหรี่จะเริ่มลดน้อยลง)
         หลังจากวันที่ 8 เป็นต้นไป ให้รับประทานยาวันละ 2 เม็ดเช่นเดิม คือ 1 เม็ด ตอนตื่นนอน และเย็น แต่พอถึงวันนี้ ต้องงดการสูบบุหรี่อีกต่อไป ซึ่งร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่อยากเลิกสูบบุหรี่ กระนั้นก็ตาม ปกติการใช้ยาเลิกสูบบุหรี่ โควเมม ควรใช้ต่อเนื่องไปในเวลา 7-10 สัปดาห์ จนกว่าเจ้าตัว จะรู้สึกว่าสามารถหยุดบุหรี่ได้โดยสิ้นเชิง หรือไม่รู้สึกอยากกลับมาสูบอีก

 

ข้อห้ามใช้ของยาเลิกบุหรี่ โควเมม
         ห้ามใช้ในคนที่มีประวัติโรคที่เกี่ยวกับการชัก (Seizure) และห้ามใช้ในคนที่ใช้ยาตัวนี้อยู่ก่อน เพราะยาที่มีขนาดเกินกำหนดจะทำให้เกิดการชักได้ (ไม่ควรกินเกิน 150 mg หรือ 1 เม็ดเช้า เย็น (คือ 300 mg) โดยแต่ละครั้งต้องห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง) นอกจากนี้ คนไข้ Bulimia และ Anorexia nervosa (มีโอกาสชักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป) รวมถึงคนไข้ที่ได้รับยา กลุ่ม MAOI ก็ควรงดเว้นยาเลิกบุหรี่ โควเมม
         สำหรับอาการข้างเคียงของยานี้ที่พบบ่อย หลังจากใช้ยาเลิกบุหรี่ โควเมม อาจมีอาการวิงเวียนศีรษะบ้าง จนทำให้นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท และมีอากรปากแห้งในบางราย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หากคุณมีความตั้งใจจริง ผนวกกับความอดทนที่มากพอ รับรองว่าการเลิกสูบบุหรี่จะสำเร็จลุล่วงไปอย่างง่ายดาย

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

อาหารเสริม บำรุงสายตา ดีจนต้องบอกต่อ กินแล้ว สายตาดี

         ดวงตาคงไม่ใช่เพียงแค่หน้าต่างของหัวใจเท่านั้น แต่มันคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ลองคิดเล่นๆว่าวันใดวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับการสูญเสียดวงตาไป ต่อให้โลกสวยงามสักแค่ไหน ก็คงไม่ต่างอะไรจากการตกนรกทั้งเป็น ดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างจึงมีความสำคัญกับเรามาก และแน่นอนว่าคุณไม่ควรปล่อยปละละเลยในการบำรุงสายตา เพราะเมื่อแก่ตัว ดวงตาคู่สวยก็ถึงคราวต้องฝ้าฟาง หรือสุขภาพตาจะค่อยๆเสื่อมลงเป็นอนิจจัง
         วิธีการบำรุงสายตาให้อยู่กับเราไปนานๆ มีหลากหลายวิธี เช่น การไม่จ้องคอมนานๆ การกลอกตาไปมาเพื่อบริหารดวงตา การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ และอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการบำรุงสายตานั่นก็คือ การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา โดยวันนี้เราได้นำข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมบำรุงสายตา มาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน


อาหารเสริม บำรุงสายตา กินแล้วสายตาดี

         อาหารเสริมบำรุงสุขภาพต่างๆที่จำหน่ายกันตามท้องตลาด จะมีให้คุณเลือกตามต้องการ เช่น หากอยากผิวสวยสุขภาพดีก็ต้องรับประทานวิตามินซีเสริม อยากบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงก็ต้องเสริมแคลเซียมและวิตามินดี แต่สำหรับเรื่องของการบำรุงสายตา ควรรับประทานเสริมด้วยสารอาหารดังนี้
         1.แอสต้าแทนซิน ช่วยป้องกันและฟื้นฟูจอประสาทตาที่เสื่อม ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งจอประสาทตาจะเป็นจุดรับภาพของลูกตา โดยสารตัวนี้มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม ช่วยยับยั้งการสะสมของกรดในดวงตาอันเป็นสาเหตุให้ดวงตาอ่อนล้า และช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต นอกจากนี้ยังบำรุงสุขภาพให้แข็งแร้ง ห่างไกลโรคมะเร็งอีกด้วย
         2.ลูทีน เป็นวิตามินบำรุงสายตาที่ทำหน้าที่ช่วยในการป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยกรองแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ปกป้องเซลล์ชองกระจกตา ด้วยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายดวงตา ซึ่งลูทีนเป็นวิตามินบำรุงสายตาที่จำเป็นต้องได้รับผ่านทางการทานอาหาร เช่น คะน้า ผักกาด ปวยเล้ง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ สามารถรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนได้
         3.วิตามินเอ คือวิตามินบำรุงสายตาที่ช่วยในการมองเห็นในที่มืด ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน และยังช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงดวงตา ป้องกันโรคทางดวงตาหลายชนิด เช่น ต้อกระจก รวมไปถึงการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวเยื่อเมือกในตาอีกด้วย

         4.สังกะสี หรือ sinc เป็นวิตามินบำรุงสายตาที่ช่วยรักษาปริมาณของวิตามินเอในกระแสเลือดเอาไว้ให้ปกติ พร้อมส่งวิตามินเอไปยังดวงตาในปริมาณที่พอเหมาะ ลดอาการตาบอดกลางคืน และเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีอีกตัวหนึ่ง
         5.โอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเซลล์รับภาพ และการส่งข้อมูลไปยังระบบประสาทการมองเห็นให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วยในการพัฒนาการมองเห็นให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆต่อสุขภาพมากมาย โอเมก้า 3 จึงเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานกันเป็นอาหารเสริมบำรุงร่ายกาย บำรุงสายตา

 

     

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

บำรุงกระดูก ข้อเสื่อม ด้วยสารอาหาร

         ถึงแม้ว่าโรคข้อเสื่อมจะมีความสัมพันธ์กับอายุ โดยจากสถิติจะพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป และพบสูงถึงร้อยละ 60 ในกลุ่มที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่กระนั้นก็ดี โรคข้อเสื่อมไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยหรือจากการสึกหรอตามธรรมชาติเสมอไป เพราะกิจกรรมบางอย่างก็อาจทำให้ข้อเสื่อมก่อนวัยอันควรได้ เช่น การขาดสารอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งแคลเซียม การออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักมากเกินไปเป็นประจำ เป็นต้น

         ทั้งนี้ เนื่องจากโรคข้อเสื่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ และเนื้อกระดูกอ่อนข้อต่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนทำให้โครงสร้างและการทำงานของกระดูกอ่อนเสียไป แต่ร่างกายก็มีกระบวนการซ่อมแซมกระดูกอ่อนและปรับแต่งกระดูก การลุกลามของอาการข้อเสื่อมของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไป บางรายเกิดการลุกลามอย่างรวดเร็วที่ข้อหนึ่ง แต่ข้ออื่นๆกลับเป็นไปอย่างช้าๆ บางครั้งก็อาจจะดีขึ้นเอง นั่นคือมีการซ่อมแซมให้คืนสภาพเดิมทำให้อาการปวดลดลง
         คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้ข้อกระดูกแข็งแรง ไม่ตกอยู่ในภาวะข้อเสื่อมเอาง่ายๆ หรือหากมีเปลี่ยนแปลงของเซลล์และเนื้อกระดูกอ่อนข้อต่อ ก็สามารถซ่อมแซมให้คืนสภาพได้อย่างรวดเร็ว คำตอบของคำถามนี้ก็คือ การเสริมบำรุงจากภายในด้วยสารอาหารนั่นเอง ทีนี้มาดูกันว่าสารอาหารอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงกระดูก แก้ข้อเสื่อม

 

สารอาหารบำรุงกระดูก แก้ข้อเสื่อม
         1.แคลเซียม เป็นเกลือแร่ที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยแคลเซียมทั้งหมดในร่างกายร้อยละ 99 อยู่ที่กระดูกและฟัน ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง แคลเซียมอีก 1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ และของเหลวในร่างกาย ซึ่งมีความจำเป็นต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ การหดตัวของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการส่งผ่านของระบบประสาท
         ในแต่ละวัยร่างกายต้องการแคลเซียมในปริมาณมากน้อยต่างกัน ในวัยผู้ใหญ่ขึ้นไปต้องการแคลเซียมประมาณ 1,000-1,500 มิลลิกรัมต่อวัน แหล่งของแคลเซียมได้จากอาหารหลายประเภท เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ปลาตัวเล็กทอด กุ้งแห้ง กะปิ ผักคะน้า ใบยอ ดอกแค เต้าหู้ ถั่วแดง และงาดำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับจากผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม แต่ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อน

         2.แมกนีเซียม เป็นเกลือแร่ที่จำเป็นสำหรับทุกๆเซลล์ในร่างกาย รองลงมาจากโพแทสเซียม นักวิทยาศาสตร์พบว่า แมกนีเซียมในร่างกายของมนุษย์ที่มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม จะมีแมกนีเซียมประมาณ 14 กรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 28 โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 60 จะรวมกับแคลเซียมเป็นกระดูก ร้อยละ 39 อยู่ภายในเซลล์ของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ และมีเพียงร้อยละ 1 ที่อยู่ในส่วนที่เป็นน้ำของเลือดหรือซีรัม
         แมกนีเซียมยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ จึงกล่าวได้ว่าแมกนีเซียมและแคลเซียมทำงานร่วมกัน แหล่งของแมกนีเซียมพบมากในผักที่มีใบสีเขียวเข้ม และพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว พบในข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ
         3.วิตามินดี จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินจำพวกละลายในไขมัน ร่างกายได้รับวิตามินดี 2 ทาง คือ จากอาหาร ส่วนใหญ่จะพบในเนื้อสัตว์ ไข่ เห็ด และธัญพืช เป็นต้น โดยการดูดซึมวิตามินดีผ่านทางลำไส้เล็ก อีกทางที่จะได้รับวิตามินดีคือ จากการที่ผิวหนังได้รับแสงแดดอ่อนๆ วิตามินดีเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือดและในกระดูก โดยมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

อาการโรคกระดูกคอเสื่อม และแนวทางการรักษา

         เมื่อตัวเลขของอายุเริ่มสูงขึ้น อะไรๆก็เสื่อมลง ไม่เว้นแม้แต่กระดูกที่เคยแข็งแรงมากในช่วงวัยเจริญเติบโต และเมื่อย่างเข้าวัยกลางคนตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป หมอนรองกระดูกซึ่งเป็นกระดูกอ่อนจะเริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมตัว กล่าวคือองค์ประกอบที่เป็นน้ำที่ทำให้เกิดการยืดหยุ่นในตัวของหมอนรองกระดูกคอจะลดลง ทำให้กระดูกคอปล้องที่หมอนรองกระดูกมีการเคลื่อนไหวไปในลักษณะที่ไม่ราบเรียบเป็นปกติ ถ้าเราไม่ระมัดระวังปล่อยให้กระดูกคอเคลื่อนไหวมากเกินขอบเขตก็จะทำให้เกิดการชำรุดของหมอนรองกระดูกคอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น อายุจึงมีผลอย่างมากที่ทำให้กระดูกคอเสื่อม

 

อาการของโรคกระดูกคอเสื่อม
         อาการแรกเริ่มของกระดูกคอเสื่อมคือ อาการปวดซึ่งเกิดจากกระดูกที่เสื่อมไปกดเบียดระคายเคืองต่อเส้นประสาทเส้นนั้น อาการปวดมักจะปวดร้าวจากบริเวณคอลงไปที่แขน มือ อาจมีอาการชาและอ่อนแรงลงของกล้ามเนื้อในบริเวณแขนด้วย อาการปวดที่เกิดขึ้นมักจะเป็นมากเวลามีการเคลื่อนไหว หันคอ หรือเอี้ยวคอ
         ในรายที่เป็นมากขึ้นอาจพบการกดเบียดไขสันหลังร่วมด้วย อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อขา การเดินผิดปกติ การควบคุมอุจจาระ ปัสสาวะผิดปกติ และท้องผูกมากขึ้น สำหรับในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกคอเสื่อมมานาน จะมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อแขนได้มาก การเดินจะค่อยๆแย่ลงจนกระทั่งเดินไม่ได้  ซึ่งจะกลายเป็นคนพิการไปในที่สุด


แนวทางการรักษา กระดูกคอเสื่อม

         หากกระดูกเสื่อมในระยะเริ่มต้น จะรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด คือหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวของกระดูกคอมากเกินไป อาจจะต้องให้นอนพักหรือมีการถ่วงดึงคอ ให้ยาลดการอักเสบและแก้ปวด บริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงเพื่อช่วยแบกรับน้ำหนักศีรษะไม่ให้ผ่านกระดูกคอมากเกินไป อาจจะให้ใส่เครื่องพยุงคอ (Cervical collar) เพื่อช่วยเตือนให้คออยู่ในลักษณะปกติ ทั้งนี้ ถ้ากระดูกคอเสื่อมตัวมากแล้ว และมีการกดทับเส้นประสาทหรือประสาทไขสันหลังแล้ว การรักษาทางยาและกายภาพบำบัดจะไม่ได้ผล จะต้องให้การรักษาโดยวิธีผ่าตัด


ชะลอความเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ อย่างไร

         1.ขยับเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆชั่วโมง ไม่นั่งก้มทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ เกินกว่า 1 ชั่วโมง
         2.พยายามออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ บริเวณรอบๆคอ ทั้งท่าก้ม เงย เอียงคอซ้าย – ขวา หมุนคอ โดยใช้วิธีการออกแรงต้าน ซึ่งเรียกการออกกำลังกายแบบนี้ว่า “แบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ” (Isometric exercise)
         3.หากมีอาการปวดคอมากๆ สามารถใส่อุปกรณ์พยุงคอ (Soft collar) บ้างเป็นครั้งคราว โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใส่นานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะหากใส่นานเกินกว่าไปจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อขี้เกียจได้ เนื่องมาจากกล้ามเนื้อคอไม่มีการขยับ

         4.การทำกายภาพบำบัด เช่น การประคบร้อนบริเวณที่มีกล้ามเนื้อหดเกร็ง การเหยียดกล้ามเนื้อโดยการดึงคออย่างนุ่มนวลโดยนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญ
         5.การออกกำลังกาย เช่น การว่ายน้ำ การทำโยคะ เป็นการช่วยยืดกล้ามเนื้อ และช่วยสร้างสมดุลของคอ การทำงานของกล้ามเนื้อรอบๆ คอและไหล่ และสามารถเพิ่มระดับความทนทานต่อความปวดได้ดีขึ้น
         6.การนอน ควรใช้หมอนนิ่มๆ มีส่วนรองรับกระดูกคอให้อยู่ในลักษณะปกติ ที่สำคัญหมอนจะต้องไม่สูงเกินไป

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

กระดูกทับเส้น รักษาอย่างไร จะหายได้จริง

         เราคงเคยได้ยินคำว่า “กระดูกทับเส้น” กันมาพอสมควร เพราะเป็นโรคอย่างหนึ่งที่หลายคนมักเผชิญ ซึ่งเป็นแต่ก่อนกระดูกทับเส้นจะเกิดขึ้นกับคนที่อายุมากๆเสียเป็นส่วนใหญ่ ทว่าในปัจจุบันหนุ่มสาววัยทำงานกลับเป็นมากขึ้นอย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีความเครียดในการทำงาน นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า เกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลัง จนทำให้กระดูกทับเส้นได้ในที่สุด

         กระดูกทับเส้น เรียกเต็มๆว่า “โรคกระดูกทับเส้นประสาท” (Herniated disc) เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลัง โดยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงการเสื่อมสภาพของร่างกาย การยกของหนัก การสูบบุหรี่ ตลอดจนอุบัติเหตุกระแทกบริเวณกระดูกสันหลังบ่อยๆ ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น ทำให้เกิดการทรุดตัวของโครงสร้างกระดูกตามไปด้วย ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยการสร้างกระดูกงอก หรือหินปูนขึ้นมาเพื่อต้านการทรุดตัว เกิดกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามเส้นประสาทของร่างกาย


กระดูกทับเส้น รักษาอย่างไร

         การรักษาโรคกระดูกทับเส้นประสาท จะรักษาตามอาการและความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การรับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวด การกายภาพบำบัด การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท การผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้องเอ็นโดสโคป และการผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยกล้องจุลทรรศน์ตามลำดับ
         ทั้งนี้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการวินิจฉัยที่แตกต่างกันออกไป ตามดุลพินิจของแพทย์ บางรายอาจมีอาการแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา คนทั่วไปมักเข้าใจว่ามีเพียงอาการปวดหลังอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วอาการที่ขานั้นสำคัญและจำเพาะเจาะจงกับโรคนี้มากกว่า นั่นแสดงถึงว่าเกิดการรบกวนเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงที่ขาแล้ว หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมามักทำให้เกิดอาการแบบฉับพลัน เพราะมีการอักเสบที่รุนแรงจนอาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษา


การเช็คอาการเบื้องต้น ด้วยตัวเอง

         หากเริ่มมีอาการปวดหลัง แต่ยังไม่แน่ใจว่ากำลังเป็นอะไร แค่อาการปวดเมื่อยทั่วไปหรือเป็นกระดูกทับเส้นประสาทกันแน่ ให้ลองเช็คอาการเบื้องต้น ด้วยตัวเองดังนี้
         1.นอนหงาย ราบไปกับพื้นหรือที่นอน ในท่าที่ผ่อนคลาย
         2.ยกขาข้างหนึ่งขึ้น โดยให้หัวเข่าเหยียดตรง ทำมุมตั้งฉากกับพื้น ถ้ามีอาการกระดูกทับเส้นประสาทจะรู้สึกปวดตึงที่ขา
         3.กระดกปลายเท้ามาด้านหน้า หากรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ยิ่งชัดเจนว่ากำลังมีอาการกระดูกทับเส้น ให้ไปพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ อาจมีอาการปวดชาตามขาข้างใดข้างหนึ่ง และมีอาการขาอ่อนแรงร่วมด้วย ถ้าสังเกตพบความผิดปกติเบื้องต้น ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยด่วน

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!