อาหารเสริมราคาส่ง ราคาพิเศษ มีครบทุกแบนด์

         สมัยนี้เรื่องความสวยความงามและการดูแลสุขภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากคุณดูดีเมื่อไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะง่ายดายขึ้น ราบรื่นขึ้นไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน ความรัก ครอบครัว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยร่างกายให้ป่วยเหมือนซอมบี้เดินได้ ผิวหน้าหมองคล้ำ เต็มไปด้วยสิวเขรอะ เช่นนั้นคงไม่มีใครอยากคุยกับคุณ ดังนั้น การดูแลตัวเองทั้งทางด้านสุขภาพและความสวยความงามจึงสำคัญมากกับคนยุคนี้
         อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองมีด้วยกันหลากหลายวิธี บ้างรับประทานอาหารคลีนเพื่อรักษาน้ำหนัก บ้างเข้าฟิตเนสเพื่อให้ได้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ในขณะที่บางคนลงทุนเข้าครอสดูแลผิวแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีดูแลตัวเองแสนง่ายและนิยมกันมากที่สุดโดยเฉพาะคุณผู้หญิง คือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและเพื่อความสวยความงาม ฉะนั้น บทความนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของเว็บไซต์หนึ่งที่เป็นช่องทางจำหน่ายอาหารเสริมราคาส่ง ราคาพิเศษ และที่สำคัญมีครบทุกแบรนด์ให้เลือกสรร

 

อาหารเสริมราคาส่ง จากเว็บไซต์ beauty24store สะดวก รวดเร็ว ง่ายดาย
         เพียงแค่คุณเข้าเว็บไซต์สั่งสินค้าของ beauty24store (http://www.beauty24store.com/shop) ก็จะพบกับอาหารเสริมราคาส่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามราคาพิเศษมากมาย ชนิดที่เรียกว่า “อยากได้แบบไหนเราจัดให้ได้หมด” แถมยังจัดเต็มกับโปรโมชั่นต่างๆ เช่น ซื้อมากลดมาก หรืออาหารเสริมราคาส่งบางตัวก็ลดราคาตั้งแต่สินค้าชิ้นแรกแล้ว นอกจากนี้คุณยังมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ได้เป็นของแท้แน่นอน 100% เพราะทุกชิ้นสั่งตรงจากบริษัทผู้ผลิต
         สำหรับช่องทางการสั่งซื้อสินค้าก็สะดวก รวดเร็ว ทันใจ หลังจากเลือกสินค้าได้ก็สามารถคลิกเลือกสินค้าใส่ตะกร้า พร้อมกรอกแบบฟอร์มสั่งซื้อ หรือสามารถทำการติดต่อสั่งซื้อสินค้า และสอบถามรายละเอียดต่างๆได้จากช่องทางต่างๆดังต่อไปนี้ เบอร์โทรศัพท์ : 092-254-8284 หรือ Line Id : @beauty24store ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็นอนตีพุงรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย

 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

อาหารเสริม co q10 (โค คิวเท็น) ดีไหม กินอย่างไรให้ถูกต้อง

         Co q10 (โค คิวเท็น) เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นสารที่มีบทบาทในการเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานในร่างกาย จนบางคนเรียกว่า วิตามิน Q เป็นสารสำคัญในการสังเคราะห์ Adenosinetriphosphate (ATP) ซึ่งเปรียบได้กับขุมพลังงานของเซลล์ทั่วร่างกาย เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอัลไซเมอร์ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
         อย่างไรก็ตาม co q10 (โค คิวเท็น) เป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองโดยธรรมชาติ พบในเซลล์ทุกเซลล์ที่มีชีวิตในร่างกายโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (Membrane) ของไมโตคอนเดรีย ซึ่งไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) นี้ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปของ ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์

         Co q10 (โค คิวเท็น) ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง ซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง ส่วนอวัยวะอื่นๆก็พบได้เช่นกันแต่พบค่อนข้างน้อยเนื่องจากอวัยวะดังกล่าวต้องการพลังงานน้อยจึงมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) น้อยตามไปด้วย ทั้งนี้ หากระดับของ “โค คิวเท็น” ลดลง ร่างกายจะไม่สามารถแปลงพลังงานจากอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายจะ นำไปใช้ได้ จึงทำให้เกิดการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมสภาพตามมานั่นเอง

ถ้าร่างกายขาด co q10 (โค คิวเท็น) จะเป็นอย่างไร
         มีงานวิจัยพบว่าร่างกายคนเราจะมีระดับ co q10 (โค คิวเท็น) สูงที่สุดเมื่ออายุประมาณ 20 ปี แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรคบางชนิดก็อาจทำให้ร่างกายมีระดับ โค คิวเท็น ลดลงได้ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง อาการปวดเค้นหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย ความดันโลหิตสูง โรคพาร์คินสัน และโรคหืด เป็นต้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ อาจทำให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ขี้หลงขี้ลืม เป็นโรคอัลไซเมอร์ อันเนื่องมาจากโดนอนุมูลอิสระเข้าเล่นงาน และที่เห็นผลชัดเจนเมื่อร่างกายขาด co q10 ก็คือ จะเกิดรอยเหี่ยวย่น สุขภาพผิวเสีย เป็นริ้วรอยได้ง่าย


อาหารเสริม co q10 (โค คิวเท็น) ดีอย่างไร

         อธิบายไปคร่าวๆเกี่ยวกับ co q10 (โค คิวเท็น) ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า สารตัวนี้สำคัญต่อร่างกายเรามากแค่ไหน ซึ่งนอกจากร่างกายจะสร้าง co q10 ขึ้นมาเองแล้ว ยังสามารถได้รับจากอาหารพวกเนื้อปลา เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ถั่วเปลือกแข็ง ผัก รำข้าว ซีเรียล น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น แต่ในระหว่างการปรุงอาหารโดยใช้อุณหภูมิสูง จะทำให้ โค คิวเท็น ถูกทำลายไป ดังนั้น การได้รับจากอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่คำถามคือการรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมจะส่งผลดีต่อร่างกายหรือไม่

         พอบอกว่าเป็น “อาหารเสริม” หลายคนก็เบือนหน้าหนี เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แถมบางคนยังคิดไปเสียว่าใช้อาหารเสริมมากๆจะทำให้สุขภาพร่างกายแย่ลง เพราะการสะสมของสารเคมี แต่ข้อเท็จจริงก็คือ อาหารเสริม co q10 (โค คิวเท็น) ที่ดี มีมาตรฐาน จะไม่ทำร้ายสุขภาพแน่นอน ตรงกันข้ามยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายต่างๆมากมาย

วิธีรับประทานอาหารเสริม co q10 (โค คิวเท็น) ที่ถูกต้อง
         เนื่องจาก โค คิวเท็น เป็นสารละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้น co q10 ที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี จะต้องอยู่ในรูปแบบที่ละลายในน้ำมันและน้ำ เช่น รูปแบบที่เรียกว่า ‘อีมัลชัน’ ในแคปซูลนิ่มที่ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่าที่อยู่ในรูปผงในแคปซูลชนิดแข็งหรือเม็ดแข็ง (tablet) โดยผู้ใช้แต่ละรายอาจต้องศึกษาถึงปริมาณที่ใช้ให้เหมาะสมด้วย อาทิ ผู้ที่ต้องการรับประทานเพื่อเสริมสุขภาพ ควรใช้ co q10 แค่ 30 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันโคเลสเตอรอลกลุ่มสแตติน ควรรับประทานได้ครั้งละ 50 มิลลิกรัม เป็นต้น


ส่งเสริมสุขภาพดีด้วยสมุนไพร

         สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงดูแลในเรื่องสุขภาพ ผู้เขียนอยากแนะนำให้รู้จักกับ เทพมังกรยาน้ำสมุนไพร ที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ 100% ที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่า มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิตอย่างได้ผล เคลียร์ครบจบทุกปัญหากวนใจเรื่องสุขภาพ ช่วยบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อยร่างกาย เส้นตึง เส้นยึด ปวดไขข้อ ไขข้ออักเสบ เก๊าต์ บอกลาปัญหานอนไม่หลับ หลับไม่สนิท และยังช่วยลดความเสี่ยงสารพัดโรคสนับสนุนงานวิจัยโดย สวทช. 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

co q10 (โค คิวเท็น) คุณประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความสวยความงาม

         เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดีกับเจ้า co q10 (โค คิวเท็น) หรือบางคนอาจเรียกว่า “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” ทั้งนี้ สารตัวนี้มักใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางค์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้ในการฟื้นบำรุงผิว ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ไม่ให้เกิดริ้วรอย โดยโคคิวเท็น มีอีกชื่อหนึ่งว่า “ยูบิควิโนน” (Ubiquinone) เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ อันจะส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม co q10 (โค คิวเท็น) มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด


ประโยชน์จาก co q10 (โค คิวเท็น)

         1.ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ การรับ co q10 (โค คิวเท็น) เข้าไปในร่างกาย สามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ เนื่องจากใน co q10 มีฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วยไอโอดีน ทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น
         คุณสมบัติของ โค คิวเท็น ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยังสามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมองและโรคชรา หมอบางคนแนะนำให้ผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปี รับประทาน co q10 เพื่อที่จะช่วยแก้อาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชะลอการทำลายของเซลล์สมองอันเนื่องมาจากโรคอัลไซเมอร์และโรคชรา แต่ทั้งนี้ อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
         2.ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงจนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน co q10 (โค คิวเท็น) จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้ โดยไปยับยั้งไม่ให้คลอเลสเตอรอลจับตัวเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด ช่วยรักษาโรคหัวใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลว เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure)

         ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคหัวใจดังกล่าวจะมีแน้วโน้มที่จะสัมพันธ์กับการขาด โค คิวเท็น ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ ได้รับ co q10 จึงทำให้หัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับวิตามินอี จึงมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ยับยั้งการอุดตันของเส้นเลือดของคลอเลสเตอรอลได้
         3.ลดเลือนริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ด้วยความที่ co q10 (โค คิวเท็น) เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) จึงไม่แปลกที่จะมีการนำ co q10 มาใช้เป็นเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photoaging) กล่าวคือ ผิวหนังที่ได้รับ โค คิวเท็น จะมีความคงทนแข็งแรงต่อสารพิษ เชื้อโรค และรังสี UV จากแสงอาทิตย์
         นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ co q10 ต่อการลดริ้วรอยพบว่า สามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึงทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ โค คิวเท็น อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่าความลึกของริ้วรอยลดลงถึงร้อยละ 27 รวมถึงช่วยในการเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย


‘วิตามินซี’ ตัวช่วยบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย

         สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยในเรื่องผิวดำคล้ำเสีย ให้กลับมาขาวสวยสุขภาพดีขึ้น และอยากลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ผู้เขียนอยากแนะนำให้รู้จักกับ ผลิตภัณฑ์ Daily Vits วิตามินซีที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ 100% ที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่า มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุงทุกสภาพผิวได้อย่างอ่อนโยน เคลียร์ครบจบทุกปัญหากวนใจด้านผิวพรรณอย่างง่ายๆ เปลี่ยนผิวของคุณให้ เรียบ เนียน ชวนมอง ลดเลือนริ้วรอย ราวกับเป็นคนใหม่ บอกลาปัญหาสิว รอยแผลเป็น ผิวแห้งกร้านอย่างได้ผล พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวันในขั้นตอนเดียว

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

co q10 (โค คิวเท็น) ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ถนอมผิวพรรณให้ดูสดใส เปล่งปลั่ง

         ริ้วรอยแห่งวัย ผิวแห้งกร้าน ไม่กระชับ คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงความชรา พูดง่ายๆคือมันจะทำให้คุณดูแก่ขึ้นนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนรักสวยรักงามอย่างสาวๆรับไม่ได้ คำถามคือเราจะรับมือกับปัญหาผิวเหล่านี้ได้อย่างไรในเมื่อไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กได้ ฉะนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ถนอมผิวพรรณให้ดูสดใสจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับสารอาหารตัวหนึ่งที่ช่วยปกป้องผิวของคุณให้กระชับเต่งตึง ไม่เป็นริ้วรอยได้ง่าย มันคือ co q10 (โค คิวเท็น) นั่นเอง แต่ก่อนอื่นมาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยกัน

 

ริ้วรอย เกิดจากอะไร
         ตามทฤษฎีแล้ว ริ้วรอยจะเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ใต้ผิวหนังถูกทำลาย ซึ่งมีอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แสงแดด (รังสี UV) มลภาวะฝุ่นควัน เป็นต้น กรณีนี้สามารถป้องกันได้โดยการทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ที่เหมาะสม แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือ “อายุ” เมื่อตัวเลขของอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจะถูกผลิตได้น้อยลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ชอบอมทุกข์ เครียดบ่อยๆ
         สำหรับริ้วรอยที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอิลาสติน เพราะอายุที่สูงขึ้น ควรป้องกันและดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการรับประทานสารอาหารให้ครบทุกหมู่ เน้นผักผลไม้ เพราะมีวิตามินซีสูง และสารอาหารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย บำรุงผิวพรรณ


co q10 (โค คิวเท็น) ป้องกันการเกิดริ้วรอยอย่างตรงจุด

         co q10 (โค คิวเท็น) หรือที่เราได้ยินติดหูกันว่า “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” ในทางการแพทย์ เป็นสารที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างมาก พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกายที่มีชีวิต ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานพื้นฐานของเซลล์โดยเฉพาะในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายอีกด้วย
         โดย co q10 (โค คิวเท็น) มักถูกนำมาใช้ในส่วนผสมของเครื่องสำอางเพื่อถนอมผิวพรรณ ลดริ้วรอยหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว เนื่องจากช่วยเสริมสร้างพลังงานในระดับเซลล์ผิว ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินจากรังสี UVA ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่และปกป้องคอลลาเจนจากการถูกทำลายให้สูญเสียโครงสร้างและความยืดหยุ่น
         ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ co q10 (โค คิวเท็น) มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นและป้องกันไม่ให้เกิดรอยเหี่ยวได้ง่ายๆ พร้อมกับปรับสภาพผิวให้ผิวชุ่มชื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีความสัมพันธ์กับวิตามินอีในการป้องกันเซลล์ผิวจากปฏิกิริยา Liqid Peroxidation ซึ่งเป็นสาเหตุของกระแก่ (Age Granule) ทำให้ผิวสดใสมีชีวิตชีวาอยูเสมอ

 

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

เหน็บชาที่มือ ขาดวิตามิน อะไร

         อาการเสียวซ่าน และสูญเสียความรู้สึกที่มือ เป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหน็บชาที่มือ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านสุขภาพที่สร้างความน่ารำคาญ และชวนให้กังวลใจสำหรับคนที่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอาการเหน็บชาที่มือ เป็นอุปสรรคทั้งการทำงาน รวมไปถึงการใช้ชีวิตแระจำวันตามปกติเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม การรักษา และลดบรรเทาอาการเหน็บชาที่มือนั้น สามารถเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพียงแค่คุณรู้หลักการรักษาที่ถูกต้อง ควบคู่ไปกับใช้วิตามินที่เหมาะสม

ประเภทของโรคเหน็บชา
อาการเหน็บชาที่มือ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ โรคเหน็บชาที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ซึ่งในกรณีที่รุนแรงมากที่สุด คือ การก่อให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลว และโรคเหน็บชาที่ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท ที่นำไปสู่การสูญเสียกล้ามเนื้อ จนอาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ซึ่งถ้าหากปล่อยเอาไว้โดยไม่ทำการตรวจสอบให้ดี อาการเหน็บชาที่มือ ที่อาจถุกมองว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อยนั้น อาจจะส่งผลรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

อาการของโรคเหน็บชา
 อาการของโรคเหน็บชานั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของโรคเหน็บชา ดังที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในข้างต้น โดยสามารถแบ่งอาการ ออกได้ดังต่อไปนี้
1.โรคเหน็บชาที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ
         -หายใจถี่ระหว่างออกกำลังกาย
-หัวใจเต้นเร็ว
-ขาบวม
-ลมหายใจสั้น
 2.โรคเหน็บชาที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท
         – รู้สึกเสี่ยวซ่าน สูญเสียความรู้สึกที่เท้า และมือ หรือเกิดอาการเหน็บชาที่มือขึ้น
-ความสับสนทางจิต
-อาการปวด
-พูดลำบาก
-อาเจียน
-ตาเคลื่อนไหวเองโดยไม่ตั้งใจ
-อัมพาธ

   ในบางกรณี อาการเหน็บชาที่มืออาจนำไปสู่กลุ่มอาการของโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมอง ที่ก่อให้เกิดความสับสนทางจิต และสูญเสียความทรงจำ ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนที่ติดสุราเรื้อรัง

รักษาอาการเหน็บชาด้วย วิตามิน B-1
 อาการเหน็บชาที่มือ สามารถลดระกับความรุนแรง และลดโอกาสในการพัฒนาสู่ความรุนแรงให้เหลืออยู่ในระดับต่ำ ด้วยการรับประทานอาหาร หรือเสริมวิตามิน B-1 โดยคุณสามารถหาวิตามิน B-1 ได้อย่างไม่ยากนัก ผ่านผลิตภัณฑ์จากนม เมล็ลดธัญพืช ไข่ หัวผักกาด มะเขือเทศ น้ำผลไม้สีส้ม ข้าวสาร กุ้ง และเนื้อดิบ เป็นต้น นอกจากนี้ การรักษาอาการเหน็บชาที่มือ รวมไปถึงอาการเหน็บชาในส่วนต่างๆของร่างกายนั้น ในยุคปัจจุบันสามารถทได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิน B-1 แต่ต้องให้แน่ใจว่า ร่างกายของคุณสามารถที่จะดูดวับวิตามิน b-1 ได้อย่างพอเพียง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชา
 อาการเหน็บชาที่มือ และบริเวณอื่นๆ เป็นโรคที่ค่อนขางหาได้ยากในสังคมยุคปัจจุบันที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้สามารถเกิดอาการเหน็บชาที่มือขึ้นได้เช่นกัน ดังต่อไปนี้
   1.การดื่มแอลกฮอลล์ จะส่งผลให้ร่างกายของคุณเกิดการเก็บกัก ดูดซับวิตามิน B-1 ได้ยากมากขึ้น
 2.พันธุ์กรรม เป็นโรคภาวะทางพันธุ์กรรมที่หาได้ยาก ที่ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน B-1 ได้เท่าที่ควร
 3.อุจจาระร่วงเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ร่างกายดูดซับวิตามิน B-1 ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
 4.โรคบางอย่าง อาทิเช่น โรคตับ ทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการนำวิตามิน B-1 ไปใช้งานอย่างเหมาะสม
5.การฟอกไต เพิ่มความเสี่ยงของโรคเหน็บชาให้มากขึ้น

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

บำรุงไต ด้วย สารสกัด จากธรรมชาติ

         การบำรุงไตเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคไตหรือไม่ เนื่องจากถ้าไตแข็งแรงก็จะส่งผลดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพในหลายๆด้าน หนึ่งในนั้นคือการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไตที่แข็งแรงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว Macrophage ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเซลล์มะเร็ง เป็นต้น
ไม่เพียงแค่นั้น การบำรุงไตยังมีส่วนช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุล ซึ่งเมื่อระบบภูมิคุ้มกันสมดุลก็ทำให้อาการของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันสามารถหายขาดได้ อย่างโรคภูมิแพ้ หอบหืด โรค SLE โรคปวดข้อรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน เป็นอาทิ ดังนั้น การบำรุงไตจึงจำเป็นสำหรับทุกคน บทความนี้จึงได้หยิบสารสกัดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการบำรุงไตมาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกัน


สารสกัดจากธรรมชาติ บำรุงไต

1.เก๋ากี้ แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นสมุนไพรจีน โดยเก๋ากี้นั้นมีสารอาหารต่างๆมากมายที่ช่วยการทำงานของเซลล์ และอวัยวะได้แก่ betaine, วิตามิน A, B1, B2, calcium, phosphorus, iron, zeaxanthin จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากเก๋ากี้ช่วยยับยั้งการสะสมไขมันในเซลล์ ช่วยในการเกิดใหม่ของเซลล์ตับ บำรุงไต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดความดัน ช่วยสร้างเม็ดเลือดให้แข็งแรง ปรับปรุงเซลล์เม็ดเลือดขาว เพิ่มสมรรถภาพทางเพศช่วยระบบเจริญพันธุ์ ลดอาการอักเสบและโรคไขข้ออักเสบ
2.เห็ดหลินจือ ช่วยรักษาโรคไตอักเสบ ไตวาย เนื่องจากเห็ดหลินจือช่วยละลายใยแผลเป็นให้อ่อนตัว ไม่ให้รัดเส้นเลือดที่เลี้ยงไต เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงไตได้ จึงทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารนิวคลีโอไชด์ มีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือด ไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายจนทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ที่สำคัญเห็ดหลินจือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม
3.พุทราจีน ถูกใช้อย่างกว้างขวางในศาสตร์การแพทย์แผนจีน เพราะพุทราจีนประกอบไปด้วยวิตามินซีจำนวนมาก ทั้งยังมีโปรตีน น้ำตาล และวิตามินบี-2 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ผลวิจัยพบว่า ผู้ที่รับประทานผลพุทราจีนเป็นประจำ จะสามารถหลีกเลี่ยงต่ออาการผนังเส้นเลือดแข็งตัว ผนังเส้นเลือดหัวใจตีบตัน หรือเส้นเลือดในสมองแตก การมีปริมาณคอเลสเตอรอลภายในร่างกายสูง เนื่องจากสารเพคทิน (Pectin) ในพุทราจีนจะช่วยจับโลหะหนักที่ตกค้างในร่างกายและลดคลอเลสเตอรอลได้ มีประโยชน์ต่อไต

4.เส็กตี่ หรือ Chinese foxglove มีสรรพคุณช่วยบำรุงไตให้ชุ่มชื้นมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีพลังไตอ่อนแอ นอกจากนี้เส็กตี่ยังช่วยในการบำรุงเลือด ดังนั้น จึงมีผลทำให้อายุยืน ร่างกายกระปรี้กระเปร่า อ่อนกว่าวัย และยังใช้เป็นยาบำรุง ลดความดัน และลดระดับน้ำตาลในเลือด ขับปัสสาวะ มีฤทธิ์ระบาย แก้ร้อนใน ลดระดับคลอเลสเตอรอล และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหญิงและชายอีกด้วย
กระนั้นก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคไต รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต ควรควบคุมอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน โดยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการรับประทานสมุนไพรบำรุงไตข้างต้น รับรองว่าไตจะกลับมาแข็งแรงขึ้น

อาหารที่ควรควบคุม
คนที่เป็นโรคไตหรืออยู่ในภาวะเสี่ยง ควรงดอาหารที่มีเกลือโซเดียมมาก อาหารที่มีรสเค็ม เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส เพราะไตไม่สมารถขับโซเดียมออกจากร่างกายได้หรือขับได้น้อยผิดปกติ เมื่อเกลือในร่างกายมีมาก จะเกิดการอุ้มน้ำเอาไว้มากเกินไป จนคนที่เป็นโรคไตมีอาการบวม นอกจานั้นยังควรจำกัดโปรตีน แนะนำว่าในแต่ละวัน อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์น่าจะมีปริมาณวันละเท่ากับ 1 ฝ่ามือ แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตเนฟโฟรติก มีการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะ ให้ใช้วิธีกินโปรตีนคุณภาพสูงเข้าไปทดแทน คือกินเฉพาะไข่ขาวในระหว่างที่ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ

วิธีนี้จะดีกว่าการรับประทานอาหารโปรตีนมากๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียทางไต และแนะนำว่าให้กินไข่ขาววันละ 4-6 ฟอง จะช่วยทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไปกับปัสสาวะในแต่ละวัน หากไม่มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะแล้วก็ให้งดการกินไข่ขาวไป ที่สำคัญควรงดสารปนเปื้อนในอาหารเด็ดขาด เช่น สีผสมอาหาร กลิ่นสังเคราะห์ รสชาติสังเคราะห์ สารกันบูด กันเชื้อรา ฯลฯ เพราะสารเคมีเหล่านี้ล้วนเป็นภาระให้ไตต้องขับออกนอกร่างกาย หรือทำงานหนักมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

อาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง

         หลายคนอาจคิดว่าอาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ คงไม่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน เนื่องจากคุณค่าอาหารที่เรารับประทานในปัจจุบันมีลดน้อยลงจนอาจเรียกได้ว่า ไม่เพียงพอต่อร่างกาย โดยเฉพาะพวกผักและผลไม้ที่ควรรับประทานแบบสดๆจึงจะให้คุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ ณ ขณะนี้ส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีในการปลูก ผนวกกับกรรมวิธีการปรุงอาหาร กว่าจะมาถึงเรา สารอาหารที่เป็นประโยชน์ก็ถูกลดหย่อนลงไปจนอาหารบางอย่างแทบจะไม่มีสารอาหารเหลือไว้เลย
         ด้วยเหตุผลดังกล่าว อาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งส่วนมากจะใช้ตามอาการ เช่น บำรุงสมอง บำรุงสายตา บำรุงผิว แก้ปวดข้อปวดกระดูก เป็นต้น อย่างไรก็ดี อาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ ไม่จำเป็นต้องรอให้เห็นอาการ แต่สามารถรับประทานได้ เพราะเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรค หากรับประทานอย่างถูกต้องก็จะไม่เป็นอันตรายใดๆ เพื่อความกระจ่างมากขึ้น มาดูกันว่าคุณเหมาะกับอาหาร เสริม บำรุง สุขภาพแบบไหน


อาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ

         1.ไฟเบอร์ (Fiber) หรือที่เรียกกันว่า ใยอาหาร ช่วยในการทำงานของลำไส้ ให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น แก้อาการท้องผูก และป้องกันการเกิดริดสีดวง สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอต่อวัน หรือผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักใบเขียวนั่นเอง
         2.น้ำมันปลา (Fish Oil) มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 EPA และ DHL จะช่วยใน 3 เรื่องใหญ่ๆคือ ช่วยพัฒนาในเรื่องความจดจำเรียนรู้ และยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ยับยั้งความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวาย และช่วยบำรุงสำหรับสาวๆที่กำลังตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตร
         3.แมกนีเซียม ถือเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายที่จะทำงานร่วมกับแคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆเป็นปกติ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะโรคความเครียด ไมเกรน และภาวะกระดูกพรุน ถ้าได้รับประทานร่วมกับแคลเซียม จะช่วยกันทำงานได้ดีมากและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

         4.แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในร่างกายมากกว่าแร่ธาตุอื่นๆ แคลเซียมและฟอสฟอรัส จะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยร้อยละ 20 ของแคลเซียมในกระดูกของวัยผู้ใหญ่ จะถูกย่อยสลายและสร้างใหม่ทุกปี นอกจากนี้ร่างกายจำเป็นต้องมีวิตามินดีที่เพียงพอ แคลเซียมจึงจะดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในอาหาร เสริม บำรุง สุขภาพโดยส่วนใหญ่จะมีวิตามินรวมและแร่ธาตุที่จะใส่แคลเซียมอยู่ด้วย เพราะเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย
         5.วิตามินรวม มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ เช่น การเจริญเติบโต ระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และต่อต้านเชื้อโรค วิตามินยังมีบทบาทในการเปลี่ยนอาหารไปเป็นพลังงานโดยขบวนการทางเคมี วิตามินแบ่งออกเป็นชนิดละลายในน้ำและละลายในไขมัน ซึ่งจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป วิตามินบางตัวเป็น antioxidants ซึ่งป้องกันเซลล์มิให้ถูกทำลาย ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็งจากอนุมูลอิสระ (free radical) สมัยก่อนเชื่อว่าหากรับประทานอาหารได้ตามปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริม แต่ปัจจุบันได้มีรายงานว่าการรับวิตามินเกินความต้องการของร่างกาย อาจจะทำให้ป้องกันโรคได้ เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น

         6.สารสกัดจากใบแปะก๊วย ขอเสริมด้วยสารสกัดอีกหนึ่งตัวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้ นั่นก็คือสารสกัดจากใบแปะก๊วย ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ บำรุงความจำ ป้องกันและรักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตา อาการชา มือเท้าเย็น และอาการตะคริว เหน็บชา และยังช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนในเพศชายอีกด้วย
         จะสังเกตได้ว่าอาหาร เสริม บำรุง สุขภาพ ต่างก็มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่พร้อมจะมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับประทานอาหารเสริมควรใช้ตามคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม จึงจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

มาดูสารอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระ

         เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่า “อนุมูลอิสระ” ทว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริง โดยเข้าใจกันแต่เพียงว่า มันเป็นสารพิษที่ไม่ดีต่อร่างกาย ซึ่งจริงๆแล้ว อนุมูลอิสระ (Free Radical) คือโมเลกุลที่มีธาตุไม่มั่นคงเนื่องจากขาดอิเล็คตรอนไป 1 ตัว ขณะที่โดยปกติแร่ธาตุทั้งหลายในร่างกายของเราจะมีอิเล็คตรอน (ประจุไฟฟ้าลบ) อยู่วงรอบเป็นจำนวนคู่ (เช่น 2,4,6,8…) จึงจะทำให้โมเลกุลนั้นคงตัว
         แต่ในกรณีที่โมเลกุลนั้นสูญเสียอิเล็คตรอนไป 1 ตัว ก็จะทำให้โมเลกุลนั้นไม่เสถียร และอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลต่างๆในร่างกายเพื่อเข้าไปแย่งชิงอิเล็คตรอน เมื่อโมเลกุลต่างๆในร่างกายถูกแย่งชิงอิเล็คตรอนไปก็จะอยู่นิ่งไม่ได้เช่นกัน จึงไปแย่งอิเล็คตรอนจากโมเลกุลอื่นๆเป็นลูกโซ่ต่อไปอีกเป็นทอดต่อไปไม่รู้จบสิ้น   

   
         ดังนั้น อนุมูลอิสระจึงเปรียบเหมือนสารพิษต่อเซลล์ร่างกาย ถ้ามีมากในเซลล์ก็จะเป็นอันตรายได้ โดยถึงขั้นทำลายสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) เยื่อหุ้ม แต่เซลล์ร่างกายพวกเม็ดเลือดขาวก็ใช้สารพวกนี้กำจัดแบคทีเรีย หลังจากที่เซลล์กินแบคทีเรียเข้าไปในตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม อนุมูลอิสระมีผลต่อการอักเสบ การทำลายเนื้อเยื่อระยะสั้น และในระยะยาวอาจมีผลต่อความเสื่อมของเซลล์ และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง โรคหัวใจ ต้อกระจก ฯลฯ
         เมื่อพอเข้าใจกันคร่าวๆแล้ว ต่อไปมาดูกันว่าเราจะจัดการเจ้าวายร้ายอย่างอนุมูลอิสระไปได้อย่างไร โดยบทความนี้ได้นำสารอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระ มาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน


สารอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระ

         1.วิตามินซี อาหารที่ให้วิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะขามป้อม มะละกอสุก พริกชี้ฟ้าเขียว บลอกโคลี ผักคะน้า ยอดสะเดา ใบปอ ผักหวาน ผักกาดเขียว ตำลึง ผักบุ้ง เป็นต้น
         2.วิตามินอี มีมากในน้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันจากจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย เมล็ดทานตะวัน เมล็ดอัลมอนด์ จมูกข้าวสาลี
         3.ซีลีเนียม มีมากในอาหารทะเล ปลาทูน่า เนื้อสัตว์และตับ บะหมี่ ไก่ ปลา ขนมปังโฮลวีต
         4.วิตามินเอ มีมากในตับหมู ตับไก่ ไข่โดยเฉพาะไข่แดง น้ำนม พืชผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ

         5.แคโรทีนอยด์ (เบต้าแคโรทีน ลูทีน และไลโคปีน) มีมากในผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ
         เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี เป็นกลุ่มของสารอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระที่ดีเยี่ยม ป้องกันไม่ให้ให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระ ทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ดี จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากๆทุกวัน

สมุนไพรต่อต้านอนุมูลอิสระ
         จากข้อมูลของเว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่าสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่ามีทั้งหมด 30 ชนิด แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่
         1.ประเภทชาชง ได้แก่ รางจืด ชาดำ พลูคาว ชาเขียว ฟ้าทลายโจร หญ้าหวาน บอระเพ็ด หญ้าดอกข้าว กระเจี๊ยบ ดอกคำฝอย มะตูม ใบบัวบก และชาฤาษี

         2.ประเภทเครื่องดื่มพร้อมบริโภค ได้แก่ น้ำมะขามป้อม น้ำสมอไทย น้ำมะม่วงหิมพานต์ น้ำมะเกี๋ยง น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะเฟือง น้ำเม่า น้ำองุ่น น้ำลูกยอ น้ำสตอเบอรี่ น้ำว่านชักมดลูก น้ำกระชายดำ และน้ำเก็กฮวย
         3.ประเภทเครื่องดื่มผง ได้แก่ เครื่องดื่มผงใบเตยและหญ้าหนวดแมว
         นอกจากอาหาร ต่อต้าน อนุมูล อิสระแล้ว สิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัย และสารอนุมูลอิสระ นั่นก็คือการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้เลือดสูบฉีด หัวใจแข็งแรง สุขภาพดี โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมให้เปลืองงบประมาณ เป็นวิธีดูแลร่างกายแบบเบสิคที่ทุกคนควรเอาใจใส่ ไม่ควรปล่อยปละละเลย จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยกันถ้วนหน้า

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

เส้นเลือดตีบตัน…ภัยเงียบที่ไม่ควรประมาท

         ปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดตีบตันเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากโรคดังกล่าวกว่า 10 ล้านคน และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จำนวนการตายจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ในจำนวนนี้ 13 ล้านคนมาจากประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก
         สำหรับประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นถึง 20 เท่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ทั้งนี้ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การทำงานที่แข่งขันกับเวลา ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันสูง เบาหวาน ความอ้วน การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกาย ความเครียด และอาหาร


เส้นเลือดตีบตัน คืออะไร

         โรคเส้นเลือดตีบในที่นี้ หมายถึงหลอดเลือดแดงขนาดกลาง หรือเส้นใหญ่ มีการสะสมของไขมันและแคลเซียมที่ผนังด้านในของหลอดเลือดแดง เมื่อสะสมมีขนาดใหญ่พอ ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะน้อยลง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน และมีผลทำให้เกิดอาการร้ายแรงตามมา เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง หลอดเลือดหัวใจตีบตัน กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
         โดยสาเหตุทางการแพทย์ยังไม่ทราบทั้งหมด แต่ก็มีข้อสันนิฐานของการเกิดเส้นเลือดตีบตันได้จากการได้ผลกระทบที่ผนังหลอดเลือดแดง (intima) ซึ่งอาจจะเกิดจากแรงดันของความดันโลหิต การอักเสบจากโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน โรคติดเชื้อบางชนิดเช่น Chlamydia pneumoniae or Helicobacter pylori) หรือเชื้อไวรัสบางตัวเช่น cytomegalovirus สารเคมีในร่างกาย เช่น ไขมัน Cholesterol น้ำตาล

         เมื่อผนังหลอดเลือดแดงได้รับอันตรายไม่ว่าจะเกิดจากไขมัน หรือการติดเชื้อ ก็จะมีเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า Monocyte หรือ Macrophage มาจัดการกับสิ่งแปลกปลอมนั้น เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดเป็นคราบหรือที่เรียกว่า Plaque ซึ่งจะมีขนาดใหญ่จนบางครั้งอาจจะอุดทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะน้อยลง
         แต่ก็มีบางภาวะโดยเฉพาะคราบที่เกิดใหม่ซึ่งส่วนประกอบของคราบจะเป็นไขมัน โดยที่มีผังผืด Fibrous capsule ไม่แข็งแรง เมื่อเจอภาวะที่แรงดันเลือดสูงทำให้คราบนั้นฉีกขาด ร่างกายก็จะมีเกล็ดเลือด เม็ดเลือดขาวมายังที่เกิดการฉีกขาด ทำให้เกิดลิ่มเลือด Thrombus ซึ่งอาจจะอุดตันเส้นเลือดดังกล่าวหรืออาจจะหลุดลอยไปอุดเส้นเลือดส่วนปลายทำให้เกิดเส้นเลือดตีบตัน

ผลกระทบจากเส้นเลือดตีบตัน
         อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า หากมีภาวะเส้นเลือดตีบตัน จะทำให้เกิดโรคร้ายแรงตามมามากมาย หนึ่งในโรคที่เป็นกันมากคือ “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน” ซึ่งอาจกว่าได้ว่าเกิดจากความเสื่อมของเส้นเลือด ผลพวงของการมีไขมันและการสะสมของหินปูนไปเกาะเส้นเลือดแดง จนเกิดการอุดตันหรือเส้นเลือด ปริแตกเกิดขึ้น จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง บางรายอาจทำให้เสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ ส่วนเหตุที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจเสื่อม เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ซึ่งทำให้เส้นเลือดตีบ

         สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ได้รับความนิยม คือการขยายหลอดเลือดที่ตีบด้วย บอลลูน และใส่ขดลวดค้ำยัน ในรายที่มีหลอดเลือดตีบหลายตำแหน่ง การรักษาที่เป็นมาตรฐาน มักจะใช้วิธีการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือที่รู้จักกันว่า “การทำบายพาส” นั่นเอง
         เห็นไหมว่าเส้นเลือดตีบตัน เปรียบเสมือนภัยเงียบที่ไม่ควรประมาท ถ้าไม่อยากเผชิญกับโรคร้ายนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะเป็นการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก และอาหารการกิน โดยให้รับประทานผัก ผลไม้ รวมถึงอาหารที่มีเส้นใยสูง ที่สำคัญควรหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด ทำจิตใจให้สบาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และต้องหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

ไตวาย อันตรายถึงชีวิตที่หลายคนมองข้าม

         “ไต” เป็นอวัยวะสำคัญ ที่ทำหน้าที่คอยช่วยกรองของเสียออกจากเลือด นอกจากนี้ไตยังมีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิต ให้มีความสมดุล การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงภายในร่างกาย ดังนั้นเมื่อเกิดอาการไตวาย หรือไตล้มเหลวขึ้น จะทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนแอ หายใจถี่ ง่วง ความสับสนมึนงง และที่สำคัญที่สุดเลยคือ ร่างกายไม่สามารถที่จะแยกเอาโพแสเซียมออกจากกระแสเลือด จนนำไปสู่จังหวะการเต้าของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด
 มีหลายสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการไตวาย การรักษาที่ดีในขั้นต้นสำหรับบางสาเหตุอาจจะเริ่มจากการเยียวยารักษาไตให้กลับมาเป็นปกติ และอาจจำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายามตลอดทั้งชีวิตในการควบคุมความดันโลหิต และโรคเบาหวาน แต่อาการไตวายอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น ภายในปัจจัย และสถานการณ์ต่างๆ เนื่องจากอายุการทำงานของไตที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เซลล์ทำงานของไตมีการเสื่อมสภาพมากขึ้นไปตามวันเวลาที่ผ่านไป อย่างไรก็ตามหากไตเกิดอาการล้มเหลว หรือไตวายอย่างสิ้นเชิง หนทางรักษาที่เหลืออยู่จะมีเพียงทางเดียว นั่นก็คือการล้างไต หรือปลูกถ่ายเท่านั้น

บทบาทหน้าที่ของไตภายในร่างกาย
 ไต อยู่ในร่างกายบริเวณช่องท้องค่อนไปทางด้านหลัง ในด้านของกระดูกสันหลัง ไตจะทำหน้าที่ในการคัดกรองของเสียออกจากกระแสเลือดผ่านทางหลอดเลือดแดงใหญ่โดยตรง พร้อมกับส่งเลือดผ่านกลับสู่หัวใจผ่านทางหลอดเลือดดำของไต
   นอกจากนี้ ไต ยังมีความสามารถในการตรวจสอบปริมาณของเหลวในร่างกาย ความเข้มข้นของอิเล็กโทร เช่น โซเดียม และโพแทสเซียม รวมไปถึงความสมดุลของกรดต่างๆในร่างกายให้อยู่ในระดับมาตราฐาน ไตจะทำหน้าที่ช่วยกรองของเสียจากการเผาผลาญของร่างกายอื่นๆ เช่น ยูเรีย จากการเผาผลาญโปรตีน และกรดยูริค จากการสลายดีเอ็นเอ เป็นต้น
 เมื่อเลือดไหลไปที่ไต เซ็นเซอร์ภายในเซลล์จะทำหน้าที่คอยควบคุมว่าร่างกายจะมีการขับของเสียที่ถูกกรองออกปริมาณมากน้อยเพียงใด ผ่านการปัสสาวะ ถ้าหากคนที่ร่างกายขาดน้ำมาก เช่น หลังการออกกำลังกาย หรือการเจ็บป่วย ปัสสาวะจะมีสีเข้ม ไตจะทำการคัดกรองของเสียเข้าไปในปริมาณมากที่สุด โดยปัสสาวะให้น้อยที่สุด เพื่อรักษารดับภายในร่างกายเอาไว้ แต่ถ้าหากระดับน้ำในร่างกายสูง ปัสสาวะก็จมีสีอ่อนลง นอกจากนี้ไต ยังทำหน้าที่ในการความคุมการสร้างเม็ดเลือดแดงภายในร่างกายอีกด้วย

อาการไตวาย ข้อเท็จจริงของอันตรายที่คุณควรทราบ
 เมื่อเกิดอาการไตวาย โดยเฉพาะอาการไตวายฉียบพลัย ความสามารถในการทำงานของไตจะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากคนเราจะมีไตอยู่สองข้าง ถ้าหากโชคดีมีเพียงไตด้านเดียวที่เกิดอาการล้มเหลว แพทย์สามารถที่จะถอดไตนั้นออกได้ แม้จะเหลือไตเพียงข้างเดียว คุณก็สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ตามปกติเช่นเดิม แต่ถ้าหากอาการไตวายเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์กับไตทั้งสองแล้วล่ะก็ คุณอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน จากการสะสมของเสียเอาไว้ภายในกระแสเลือดที่มากจนเกินไป สำหรับอาการที่ก่อให้เกิดอาการไตวายขึ้น มีดังต่อไปนี้
 1.ปริมาณเลือดต่ำ การสูญเสียเลือด หรือน้ำภายในร่างกายในปริมาณมากๆ
 2.การบริโภคของเหลวที่ไม่ดี เช่น ยาขับปัสสาวะ ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำภายในร่างกายที่มากจนเกินไป
3.การไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ ที่มักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอุดตันของหลอดเลือดแดงไต หลอดเลือดดำ เป็นต้น
4.แบคทีเรีย การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยเฉพาะในทางเดินปัสสาวะ นำไปสู่การเกิดอาการไตอักเสบ และการปิดของไต
 5.ยาบางชนิดที่เป็นพิษต่อไต เช่น Nonsteroidal ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น ibuprofen (แอ๊ด Motrin และอื่น ๆ ) และ naproxen (Aleve, Naprosyn) ยาปฏิชีวนะเช่น aminoglycosides GENTAMICIN (Garamycin), tobramycin ,ลิเธียม (Eskalith, Lithobid) เป็นต้น ยาเหล่านี้บางครั้ง จะทำให้กล้ามเนื้อ ระบบการกรองของไตอุดตัน หรือได้รับความบาดเจ็บ ที่อาจนำไปสู่อาการไตวาย ในที่สุด

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!