หน้าบานทําไงดี มาดูวิธีทำให้หน้าเรียวขึ้นแบบธรรมชาติ

         สมัยนี้ใครๆก็อยากได้หน้าเรียวเล็กเหมือนสาวเกาหลีกันทั้งนั้น แต่ติดตรงที่ดันเป็นคนหน้าบานทำไงดี ซึ่งหลายคนคงคิดว่าการทำให้รูปหน้าเรียวเล็กขึ้นนั้นต้องผ่านมีดหมอเพียงอย่างเดียว จริงๆแล้วมีวิธีการที่ง่ายกว่านั้น แถมไม่ต้องขึ้นเขียงให้เจ็บตัวและไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ ถ้าอยากรู้แล้วก็ล่ะ เราจะพาไปดูวิธีทำให้หน้าเรียวขึ้นแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งศัลย์

1.ปรับทรงผมให้หน้าเรียว
        การปรับแต่งทรงผมจะช่วยอำพรางใบหน้าของคุณให้เรียวเล็ก รูปหน้าแลดูสวยขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ หน้าบานทำไงดี ควรทำผมแสกข้าง เพราะจะช่วยลดความกลมของใบหน้าได้ หรืออีกทรงที่เหมาะคือการสไลด์ทำด้านข้างให้เป็นเลเยอร์ก็ช่วยทำให้หน้าเรียวได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ทรงผมต้องห้ามสำหรับคนหน้าบานก็คือทรงที่สั้นกุดจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้หน้ากลม แก้มออกอย่างชัดเจน

 

2.ท่าบริหารหน้าเรียว
        หน้าบานทำไงดี หากทรงผมยังช่วยอำพรางได้ไม่ดีพอ เราขอเสนอท่าบริหารหน้าเรียว ซึ่งก่อนจะทำการบริหารใบหน้าควรเริ่มต้นด้วยการอบอุ่มกล้ามเนื้อใบหน้า โดยล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนนั้นจะได้เกิดการยืดหยุ่นพร้อมรับการบริหารหน้าเรียวและเราจะได้ขยับกล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้น จากนั้นให้หมุนคอไปทางซ้ายและขวาช้าๆเพื่อเป็นการวอร์มอัพใบหน้าให้พร้อมทำท่าบริหารและช่วยในการหมุนเวียนของเลือดที่สูบฉีดที่ใบหน้าให้ดีขึ้น
        ท่าลดแก้ม ให้อ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นดึงปากมาหุ้มฟันไว้แล้วยิ้มให้กว้างที่สุด จะรู้สึกได้ถึงการตึงที่ใบหน้า เพราะกล้ามเนื้อแก้มเกิดการกระตุ้น ทำให้หน้าเล็กเรียวลงได้
        ท่าลดไขมันใต้คาง วิธีการคือเงยหน้าขึ้นให้สุด ทำค้างไว้แล้วเอาฝ่ามือจับบริเวณลำคอ จากนั้นดึงริมฝีปากล่างมาหุ้มริมฝีปากบนให้เยอะที่สุด ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที ท่านี้อาจจะดูพิลึก แต่รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน
        ท่ากระชับใบหน้า เริ่มด้วยการยิ้มแบบยิงฟันให้กว้างที่สุด เพื่อให้กล้ามเนื้อตึง จากนั้นพูดคำว่า อา อี อู เอ โอ ยาวๆ จะรู้สึกได้ถึงใบหน้าที่ตึงขึ้น เป็นท่าบริหารหน้าเรียวที่ช่วยกระชับใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม
        ท่าบริหารกล้ามเนื้อ ให้อมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่องสุดๆ แล้วสลับไปมาทั้งสองข้าง ท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าโดยเฉพาะช่วงแก้มให้ลดลง ได้หน้าวีอย่างที่ทุกคนต้องการ
        ท่าบริหารกราม หน้าบานทำไงดี ท่าบริหารกรามนี้เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ วิธีคืออ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเปลี่ยนมาทำปากจู๋ จากนั้นให้ทำสลับกันไป สักวันละประมาณ 10 นาที กรามใหญ่ๆที่กวนใจเรามีขนาดลดลง

 

3.นวดหน้าให้เรียว
        การนวดหน้าจะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้การบริหารหน้าเรียวของเราเห็นผลมากขึ้น ซึ่งในแต่ละขั้นตอนควรทำอย่างช้าๆ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และถ้าจะให้ดีควรทำหน้ากระจก โดยควรนวดหน้าด้วยการวิธีดังนี้
        นวดหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลางนวดจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผากแล้วค่อยๆนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวดขึ้นลงเบาๆ จนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง
        นวดกล้ามเนื้อใต้ตา ให้ใช้นิ้วนางและนิ้วกลางนวดเบาๆบริเวณใต้ตาของเรา โดยเริ่มจากตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปวนมาเบาๆ 3 ครั้ง
        นวดแก้ม ด้วยวิธีการใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างของเรานวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะแบบยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วนิ่งไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำแบบนี้ให้ครบ 3 ครั้ง
        นวดมุมปาก ยกกระชับผิวบริเวณมุมปากโดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น 3 ครั้ง

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

หน้าอ้วน ทำไงดี มาเปลี่ยนคางสามชั้นเป็น V-Shape กันเถอะ

         คุณเคยได้ยินคำว่า “อ้วนขึ้นหน้า” กันไหม นั่นแหละคือปัญหาหน้าอ้วนที่มักเจอกันบ่อยๆ ซึ่งควรทำความเข้าใจก่อนว่า หน้าอ้วนกับหน้าบานมีความแตกต่างกัน คนหน้าอ้วนจะมีรูปหน้าที่มีไขมันสะสมมากทำให้เวลาถ่ายรูปแล้วจะเห็นแก้มป่อง คางสองชั้น หรือก้อนเนื้อที่เป็นตัวการทำให้หน้าอ้วนนั่นเอง พูดง่ายๆคือมีสาเหตุมาจากความอ้วนนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าจะมองจากทางตรงหรือทางข้างก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าหน้าอ้วน ส่วนคนหน้าบานเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นคนโหนกแก้มใหญ่ กามใหญ่ รูปหน้ากลม เป็นต้น
         แล้วหน้าอ้วน ทำไงดี ในเมื่อทราบกันดีแล้วว่าสาเหตุมาจากความอ้วน สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือหาวิธีการลดน้ำหนักนั่นเอง หน้าที่แลดูอวบอั๋น เห็นคางหลายชั้นจะได้ลดลง ทั้งนี้ทั้งนั้น แค่พูดมันง่าย แต่พอให้ทำจริงมันยาก สำหรับคนที่สงสัยว่า หน้าอ้วน ทำไงดี โดยไม่ต้องลดน้ำหนัก เพราะมันยากเย็นแสนเข็ญเกินกำลัง วันนี้เรามีตัวช่วยสำหรับคุณโดยเฉพาะ

 

วิธีเปลี่ยนหน้าอ้วนเป็นหน้า V-Shape
         1.ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หน้าอ้วน ทำไงดี การดื่มน้ำเปล่ามากๆเป็นตัวช่วยแสนง่ายที่จะทำให้ความอ้วนบนใบหน้าลดลง โดยในแต่ละวันควรดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยให้ได้ 2 ลิตร เพราะถ้าหากร่างกายของคนเราที่ได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียง ร่างกายก็จะพยายามกักเก็บน้ำเอาไว้ภายในร่างกายให้ได้มากที่สุด ผลที่ตามมาก็คือการบวมน้ำที่เท้า มือ และที่ใบหน้านั่นเอง แต่ถ้าหากดื่มน้ำในปริมาณที่พอดีกับความต้องการ ร่างกายก็จะทำงานได้อย่างปกติ มีการกักเก็บและการระบายน้ำออกมาได้อย่างสมดุล ลดปัญหาหน้าบวมอ้วนได้แน่นอน
         2.ออกกำลังกาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่หน้าอ้วนเพราะคุณไม่ชอบออกกำลังกาย ดังนั้น ถ้าอยากได้หน้าเรียวคืนกลับมา ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเราจะลดน้ำหนักโดยใช้วิธีการควบคุมอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ แถมเวลาน้ำหนักลดลงอาจทำให้ผิวหนังเหี่ยว ไม่กระชับเต่งตึง และไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้น เราจึงควรออกกำลังควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารด้วย จะทำให้มีน้ำหนักที่พอดี มีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม ที่สำคัญจะทำให้หน้าเรียวดูดีขึ้น
         3.เสริมแคลเซียมให้ร่างกาย ร่างกายของคนเรานั้นในหนึ่งวันต้องการแคลเซียมไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัม เพื่อเข้าไปช่วยในกระบวนการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะได้ปริมาณแคลเซียมตามที่ร่างกายต้องการนั้นจะต้องดื่มนม 3 แก้ว หรือโยเกิร์ต 800 กรัม หรือจากการรับประทานปลาก็ได้ กระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะที่ใบหน้าจะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

         4.บริหารกล้ามเนื้อที่หน้า โดยการฉีกยิ้มกว้างๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัว แล้วจากนั้นให้พูดคำว่า เอ อู ยาวๆ ต่อไปทำปากจู๋เหมือนอมบ๊วยค้างไว้แล้วนับ 1-5 ในใจ จากนั้นให้อมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่อง โดยทำสลับกันซ้ายขวา และสุดท้ายให้ฉีกยิ้มทีละข้างทั้งซ้ายและขวา พยายามยกมุมปากขึ้นให้มากเท่าที่จะได้ การบริหารกล้ามเนื้อที่หน้าด้วยขั้นตอนดังกว่าเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในต่างประเทศ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี รูปหน้าเรียวกระชับ เปลี่ยนหน้าอ้วนเป็นหน้า V-Shape ได้เป็นอย่างดี
         5.เลิกดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะควบคุมอาหาร กำจัดพวกของมันของทอดแล้ว สิ่งที่ควรงดอีกอย่างคือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกประเภท เช่น เบียร์ เหล้า บรั่นดี ไวน์ และอื่นๆ เพราะแอลกอฮอล์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการบวมน้ำได้ และอีกอย่างก็คือแอลกอฮอล์มีปริมาณแคลอรี่สูงกว่าเครื่องดื่มทั่วๆไป ทำให้เราอ้วนขึ้นได้ง่าย ที่สำคัญคือไม่ดีต่อสุขภาพ เกิดผลเสียมากกว่าประโยชน์ ฉะนั้น ควรลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้จงได้
         ใครที่ชอบบ่นอยู่บ่อยๆว่าหน้าอ้วน ทำไงดี” ถ้าคุณอยากให้หน้าอ้วนหายไป และแทนที่ด้วยหน้าเรียวแบบ V-Shape แล้วล่ะก็ นอกจากจะต้องตั้งใจลดน้ำหนักตัวแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้การมีหน้าเรียวเล็กของคุณไปถึงฝั่งฝันได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

สำรวจตลาด อยากเสริมคาง ราคาต้องจ่ายเท่าไหร่

 

 

 

         ยุคนี้กระแสแฟชั่นหน้าเรียว ด้วยวิธีการเสริมคางเป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เชื่อว่าสำหรับหลายๆคนที่ตัดสินใจอยากที่จะเสริมใบหน้าของตัวเองให้ดูงดงามสมส่วน ก็คงอยากที่จะรู้คร่าวๆว่าการเสริมคาง ราคาของคลินิก และเหล่าโรงพยาบาลที่เปิดเสริมความงามนั้น มีราคาประมาณเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และเป็นเกณฑ์ในเก็บออมเงินเพื่อนำมาใช้ในการเสริมคางได้อย่างถูกต้อง สำหรับในวันนี้บทความชิ้นนี้ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเอาไว้แล้วว่า ถ้าหากอยากเสริมคาง ราคาของเหล่าสถาบันเสริมความงามชั้นนำ ณ ปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ไปดูกันเลย!

ขั้นตอนการเสริมคางมีอะไรบ้าง?
ในปัจจุบันวัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการเสริมคางมากทีสุด คือ ซิลิโคนแท่ง ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการเสริมคางแบบมาตราฐานที่สุดของแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งความงาม ซึ่งการเสริมคางสามารถทำได้ ด้วย 2 วิธี คือ
1.การเสริมคางภายนอกปาก โดยแพทย์จะทำการเสริมบริเวณใต้คาง แต่มักจะหลงเหลือแผลเป็นเอาไว้ หลังจากที่แผลหายสนิทแล้ว
 2.การเสริมคางภายในช่องปาก ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด โดยการทำในช่องปาก ตรงบริเวณของเหงือก กับริมฝีปากล่าง

ราคา สำหรับใช้ในการเสริมคางประจำปี พ.ศ.2558 ของเหล่าสถาบันเสริมความงามชื่อดัง
 เนื่องจากความนิยมในการเสริมคางที่มากขึ้น ทำให้บรรดาเหล่าโรงพยาบาลและสถาบันเสริมความงามมากมายหลายแห่งต่างมีการแข่งขัน จนทำให้เกิดการลดราคาค่าคอร์สการเสริมคางให้ถูกลง ซึ่งก็นับว่าเป็นผลผลอยได้ที่ดีของผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามการเลือกเสริมคางนั้น ไม่แนะนำให้ทำการเลือกจากเพียงปัจจัยทางด้านราคาเท่านั้น แต่ควรทำการเลือกโดยอิงจากความปลอกภัย จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชำนายการเป็นหลัก ซึ่งการเสริมคาง ราคา ของแหล่งเสริมความงามต่างๆ ณ ปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้
1.Meko Clinic การทำศัลยกรรมเสริมคาง ราคาอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท มาพร้อมกับโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนเลยทีเดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังอยากจะเสริมคาง ราคาผ่อน ที่ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายรวดเดียว
 2.โรงพยาบาลเลอลักษณ์ ศัลยกรรมตกแต่ง เสริมคาง ราคาอยู่ที่ประมาณ 29,000 – 39,000 บาท
 3.โรงพยาบาลยันฮี อัตราค่าเสริมคาง ราคา จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาท

การเสริมคาง ราคาถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
 หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมอยากเสริมคาง ราคา ของแต่ละสถาบันเสริมความงามถึงเดี๋ยวถูกเดี๋ยวแพงไม่เท่ากัน ซึ่งที่จริงแล้วการที่ราคาการเสริมคางไม่เท่ากันนั้น มันเกิดขึ้นมาจากหลายๆปัจจัย ที่ควรทราบเพื่อประกอบการพิจราณาข่ายเงินเพื่อทำการเสริมคาง ดังนี้
 1.เกรดของวัตถุดิบในการเสริมคาง วัตถุดิบที่นิยมนำมาใช้ในการเสริมคางส่วนใหญ่คือ ซิลิโคน ซึ่งราคาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ เช่น หากเป็นซิลิโคนธรรมดา จากประเทศญี่ปุ่น ราคาก็ค่อนข้างถูก แต่ถ้าหากเป็นซิลิโคนพิเศา จากอเมริกา หรือเกาหลีแล้ว ราคาก็จะยิ่งถีบตัวสูงมากขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว
 2.เสริมคางทับ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการเสริมคาง เคยทำการฉีดสารเสริมคาง หรือเคยเสริมคางมาแล้ว แพทย์ก๋จำเป็นที่จะต้องขูดสารเหลวเดิมออกก่อนทำการเสริมคางใหม่เข้าไป ทำให้ค่าบริการในการเสริมคางสูงมากขึ้นกว่าปกติ
3.แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ถ้าหากเลือกทำการเสริมคางกับแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ในการเสริมคางสูงมากเป็นพิเศษอย่างเจาะจง ราคาค่าคอร์สในการเสริมคางเองก็จะยิ่งแพงมากขึ้นเช่นเดียวกัน
 หลังจากที่อ่านบทความชิ้นนี้จนจบแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงจะได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการเสริมคางเป็นอย่างดี และคงจะหายสงสัยในหลายๆเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมคางเพื่อความสวยงามของใบหน้าตัวคุณ

 

<span style=”font-size: 16px;”>        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ <a href=”https://goo.gl/RhPJVq” target=”_blank”>PDF รายละเอียดสินค้า</a></span> <div style=”text-align: center;”><iframe src=”https://www.youtube.com/embed/iFzViOU5Vo4?rel=0″ width=”853″ height=”480″ frameborder=”0″ allowfullscreen=”allowfullscreen”></iframe></div> <div style=”text-align: center;”><img class=”size-full wp-image-3287 aligncenter” src=”http://www.beauty24store.com/wp-content/uploads/2015/06/aesta-promotion.png” alt=”aesta-promotion” width=”800″ height=”600″ /></div> <div style=”text-align: center;”></div> <hr /> <div style=”text-align: center;”>

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

</div>

อยากหน้าเรียวสวยไม่ต้องผ่าตัด ฉีดฟิลเลอร์คางช่วยได้

         กระแสนิยมใบหน้าเรียวสวยเป็นสิ่งที่มาแรงในยุคการสื่อสารแบบไร้พรมแดน ณ ปัจจุบัน แต่คนส่วนใหญ่ใช่ว่าจะเกิดมาพร้อมกับการมีใบหน้า คาง ที่สวยเรียวเข้ารูปเหมือนในภาพยนตร์จอเงิน ในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่มีคางสั้น และมีรูปหน้าที่อาจไม่สมส่วนเล็กๆน้อยๆ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่มีปัญาในเรื่องของบุคลิกภาพที่เชื่อมโยงไปถึงความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนต่างพยายามหาวิธีที่จะช่วยปรับปรุงใบหน้าให้มีความเหมาะสม ซึ่งหนึ่งในวิธียอดฮิตในปัจจุบันในการช่วยปรับปรุงคางก็คือ การฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อช่วยก่อรูปคางของคุณขึ้นใหม่ให้เรียวสวยเข้ารูปมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

การฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร และช่วยทำให้ใบหน้าสวยเข้ารูปได้อย่างไร
 คางสั้น คางเหลี่ยม เป็นรูปหน้าที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถทำการปรับปรุงรูปหน้าเหล่านั้นให้เข้ารูป รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆของหน้าผากดูดีขึ้นได้ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์คาง ที่มักใช้สารประเภท กรดไฮยาลูโร ที่คล้ายกับสิ่งที่สามารถพบได้ในผิวของเรา และยังสามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติหลังจากที่ผ่านไปหลายเดือน ทำให้การฉีดฟิลเลอร์คางด้วยสารประเภทนี้มีความปลอดภัยสูง
การฉีดฟิลเลอร์คางสามารถสร้างรูปทรงใบหน้าเป็นรูปแบบตัว V สามมิติ สามารถช่วยปรับนำคางให้ยื่นไปข้างหน้าสำหรับคนที่มีคางถอย ทำให้คางเห็นได้ชัดเจนขึ้นสำหรับคนที่มีระยะคางสั้น การฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับบสภาพเหล่านี้ จะช่วยทำให้ใบหน้ามีความเหมาะสม และมีลักษณะเป็นตัว V ที่ทุกคนปารถนา นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์คางยังสามารถช่วยในการเสริมสร้างรูปทรงที่สวยงามมากขึ้น ได้มากกว่าการผ่าตัดใส่คางเทียมเสียอีก โดยปกติแล้วฟิลเลอร์ที่ทำการฉีดเข้าไปยังบริเวณคางนั้นจะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
 1.ฟิลเลอร์แบบชั่วคราวกึ่งถาวร เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่มักไดรับความนิยมมากที่สุดคือ กรดไฮยารูโร (HA) เป็นสารแบบชั่วคราวที่มีระยะเวลาการใช้งานอยู่ยาวนานประมาณ 9-12 เดือน มีความคล้ายคลึงกับสารในร่างกาย ทำให้เกิดโอกาสน้อยมากที่จะก่อให้เกิดปฎิกริยาที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังมีสารที่นิยมอื่นๆ เช่น Sculptra และ Radiesse Sculptra ประกอบด้วยกรดโพลี-L-แลคติกและ Radiesse มีแคลเซียมไฮดรอกซี เป็นต้น ที่มีปะโยชน์ในการช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในบริเวณที่พวกมันอยู่
2.ฟิลเลอร์แบบถาวร ฟิลเลอร์แบบถาวรมีอายุการใช้งานที่ยาวที่สุด ตัวอย่างเช่น Aquamid ซึ่งเป็นเจละคริเลต และซิลิโคนเหลว พวกมันสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากที่สุด ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่พวกมันก็มีโอกาสมากที่จะก่อให้เกิดการแทรกซ้อน และรอยแผลเป็นขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น และข้อความระวังหลังจากการฉีดฟิลเลอร์คาง
 ในการฉีดฟิลเลอร์คางอาจจะมีอาการปวดช้ำบ้างเล็กน้อย และอาจจะเกิดให้ความหมองคล้ำต่อคางบ้างเป็นเวลา 2-3 วัน อาการบวมอาจจะมีเพียงเล็กน้อยหลังจากที่ได้ทำการฉีดฟิลเลอร์คางแล้ว ซึ่งผู้ที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์คางควรหลีกเลี่นงการออกกำลังกายเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการช่วยลดอาการบวม แต่สามารถทำกิจกรรมตามมปกติในชีวิตประจำวันได้
 หากกล่าวโดยสรุปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางสามารถช่วยปรับปรุงรูปหน้าของคุณสาวๆให้มีลักษณะเป็นรูปตัว V ได้ภายหลังจากการฉีดอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีระยะเวลาการฟื้นตัวที่น้อย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดทำศัลยกรรม หรือการเสริมคางเทียม อีกทั้งยังมีราคาที่เรียกได้ว่าถูกมากกว่า ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้การฉีดฟิลเลอร์คางกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณสาวๆที่อยากมีใบหน้ารูปตัว V ที่สวยกระชับเข้ารูปสมใจ

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

ฟิลเลอร์ แก้มตอบ ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่ต้องผ่าตัด

         โหนกแก้มที่ดูเรียบเนียนเข้ารูปเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และน่าสนใจของความงามบนใบหน้า เนื่องจากแก้มเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดสมดุลในการปรับปรุงความสมดุล รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆบนใบหน้า แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่ต้องรู้สึกผิดหวังกับแก้มของเอง เนื่องจากไม่ได้มีเส้นโค้งหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักที่จะเกิดขึ้นมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการพยายามเรียกคืนความอ่อนเยาว์ และความโค้งมนเรียวอย่างสมส่วนให้กับใบหน้าด้วยวิธีการทางการแพทย์ที่ถูกเรียกว่า ฟิลเลอร์ แก้มตอบนั่นเอง

ฟิลเลอร์ แก้มตอบ คืออะไร
การแพทย์สาขาการพัฒนาและการบูรณะใบหน้า เป็นศาสตร์ทางการแพทย์แบบใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงในการฟื้นฟูผิวหน้าแนวเก่า และเป็นวิธีการเติมเต็มใบหน้าที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งในกลุ่มของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
 ฟิลเลอร์ แก้มตอบ เป็นการตอบสนองโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการปรับปรุงเติมเต็มใบหน้าของตัวเองที่เคยยุบตัวลงไป เป็นกิ้ว ตีบ หรือไม่เรียบเนียน โดยไม่ขัดสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์ แก้มตอบ ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ผิวหนังที่ปลอดภัยอาทิเช่น Radiesse?, JUVÉDERM®ฉีดเจล, Juvederm VOLUMA ™ XC เป็นต้น ลงไปที่บริเวณแก้ม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงแก้มให้กลับมาดูสมบูรณ์เหมือนกับในวัยเยาว์อีกครั้ง
 ฟิลเลอร์ แก้มตอบ หรือการฉีดฟิลเลอร์ผ่านทางผิวหนัง ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ในการเสริมความงามในประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการใช้สารจากธณรมชาติ แพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ผิวหนังด้วยเข็มคุณภาพที่ดีมาก เมื่อสารฟิลเลอร์ถูกผลักดันเข้าไป มันก็ตะเข้าไปทำการเติมเต็มริ้วรอย หรือเพิ่มบริเวณที่สึกหรอ เช่น บริเวณแก้ม ซึ่งในปัจจุบันยังมีผู้ที่นิยมฉีดสารอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มริ้วรอยอย่าง Botox เพื่อความสมบูรณ์ที่มากยิ่งขึ้น

ข้อดีของฟิลเลอร์ แก้มตอบ
   ฟิลเลอร์ แก้มตอบ เมื่อทำการเปรียเทียบข้อดี ข้อเสีย ของการทำศัลยกรรมพลาสติกแล้วจะพบว่า ฟิลเลอร์ แก้มตอบ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นตัวมากเหมือนกับการทำศัลยกรรม เพราะการทำศัลยกรรมนั้นผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องพักรักษาตัวจากอาการบวมที่ใบหน้านานมากถึง 2-3 สัปดาห์ หรือในบางกรณีจำเป็นที่จะต้องพักฟื้นนานกว่า 2 เดือนเลยทีเดียว ในขณะที่การฉีดฟิลเลอร์ แก้มตอบนั้น สามารถเห็นผลลัพธ์ได้เลยทันที โดยไม่มีอาการของรอยช้ำ หรือบวมเลย นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ แก้มตอบยังมีภาวะแทรกซ้อน และการติดเชื้อ เมื่อมีการใช้สารเติมเต็มผิวหนังมากกว่าปลูกถ่าย ซึ่งอายุขัยของฟิลเลอร์ แก้มตอบมักจะอยู่ได้อย่างยาวนานกว่า 6 เดือน เลยทีเดียว
การฉีดฟิลเลอร์ แก้มตอบ ช่วยสะท้อนคืความอ่อนเยาว์ของใบหน้า พร้อมช่วยคืนความเด่นสะดุดตา ชวนให้จากคนอื่นๆเหมือนกับในครั้งอดีต นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเทคนิคการฟื้นฟูใบหน้าที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในเชิงการแพทย์ ที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ต้องการเติมเต็ใมใบหน้าของตัวเองค่อยๆยกกระจกขึ้นสำรวจใบหน้าของตัวเองหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ พวกเขาก็จะร้อง “ว้าว” ต่อความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับใบหน้าของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการช่วยเรียกคืนความมั่นใจในตัวเองของผู้ที่ต้องการยามเมื่อต้องไปเข้าร่วมงานพบปะทางสังคม ด้วยใบหน้าที่อ่อนเยาว์เฉกเช่นในวันวานอีกครั้ง

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

เป๊ะเว่อร์! วิธีทําให้หน้าเรียวแบบธรรมชาติ ไม่ต้องง้อโบท็อกซ์

         สมัยนี้ไม่ว่าใครก็อยากได้หน้าเป๊ะเวอร์เหมือนดาราเกาหลีกันทั้งนั้น หน้าเป๊ะในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องผิวหน้าสวยใสไร้สิว เปล่งออร่าเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการมีรูปหน้าที่เล็กเรียว กระชับดูดี ซึ่งวิธีทําให้หน้าเรียวนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟัน ใช้ครีมกระชับผิวหน้า การนวดหน้า การทำศัลยกรรม รวมถึงการฉีดโบท็อกซ์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น แต่จะดีกว่าไหม หากเรามีวิธีทําให้หน้าเรียวแบบธรรมชาติมานำเสนอ ไม่ต้องจ่ายแพง ไม่ต้องทนเจ็บตอนขึ้นเขียง แถมยังได้ผลลัพธ์ในออกมาแบบที่น่าพึงพอใจ


วิธีทำให้หน้าเรียว ด้วยท่าบริหารใบหน้า
         ท่าลดแก้ม วิธีทําให้หน้าเรียวด้วยท่าบริหารลดแก้ม ให้อ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นดึงปากมาหุ้มฟันไว้แล้วยิ้มให้กว้างที่สุด จะรู้สึกได้ถึงการตึงที่ใบหน้า เพราะกล้ามเนื้อแก้มเกิดการกระตุ้น ทำให้หน้าเล็กเรียวลงได้
         ท่าลดไขมันใต้คาง วิธีการคือเงยหน้าขึ้นให้สุด ทำค้างไว้แล้วเอาฝ่ามือจับบริเวณลำคอ จากนั้นดึงริมฝีปากล่างมาหุ้มริมฝีปากบนให้เยอะที่สุด ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที ท่านี้อาจจะดูพิลึก แต่รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน
         ท่ากระชับใบหน้า เริ่มด้วยการยิ้มแบบยิงฟันให้กว้างที่สุด เพื่อให้กล้ามเนื้อตึง จากนั้นพูดคำว่า อา อี อู เอ โอ ยาวๆ จะรู้สึกได้ถึงใบหน้าที่ตึงขึ้น เป็นท่าบริหารหน้าเรียวที่ช่วยกระชับใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม
         ท่าบริหารกล้ามเนื้อ ให้อมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่องสุดๆ แล้วสลับไปมาทั้งสองข้าง ท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าโดยเฉพาะช่วงแก้มให้ลดลง ได้หน้าวีอย่างที่ทุกคนต้องการ
         ท่าบริหารกราม วิธีคืออ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเปลี่ยนมาทำปากจู๋ จากนั้นให้ทำสลับกันไป สักวันละประมาณ 10 นาที กรามใหญ่ๆที่กวนใจเรามีขนาดลดลง


วิธีทำให้หน้าเรียว ด้วยการใช้ช้อนนวดหน้า

         สำหรับคนที่อยากหน้าเรียวเล็กแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องเจ็บตัว และไม่อยากสิ้นเปลืองงบประมาณ เราขอนำเสนออีกหนึ่งวิธีทําให้หน้าเรียวเป็นรูปตัววี โดยเป็นวิธีการแสนง่าย ใครๆก็ทำได้ เพียงแค่ใช้ช้อนหนึ่งคัน ทำขั้นตอนดังนี้
         1.นำช้อนไปแช่ช่องแข็งแล้วนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการนวดหน้าเรียว โดยเมื่อช้อนมีความเย็นมากๆ จะทำให้ความร้อนบนใบหน้าของเราคงที่ ส่งผลดีต่อการนวดหน้าเรียวมากขึ้น
         2.ทาครีมจำพวกมอยส์เจอไรเซอร์บนใบหน้า เพื่อให้หน้าไม่แห้งเกินไปจากความเย็นของช้อนที่ใช้ ที่สำคัญเป็นตัวช่วยทำให้เลื่อนช้อนไปตามจุดต่างๆบนใบหน้าได้ง่ายขึ้น
         3.ใช้ครีมหน้าเรียวทาเพื่อให้ผลลัพธ์การนวดหน้าเรียวได้ผลเร็วและชัดเจนขึ้น โดยเริ่มทาครีมหน้าเรียวจากบริเวณตรงกลางใบหน้า ออกไปด้านข้าง เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการทำให้หน้าของเรากระชับ แลดูเรียวเป็น V Shape
         4.เริ่มนวดใบหน้าเบาๆ ด้วยการใช้มือนวดหมุนวนให้ทั่วใบหน้าทั้งสองข้าง โดยให้เน้นการนวดแก้ม ด้วยวิธีการหมุนวนออกไปทางด้านข้าง หรือจากด้านในไปด้านนอก
         5.ต่อมาให้กระตุ้นใบหน้าทั้งสี่จุดด้วยการนำช้อนที่แช่ช่องแข็งไว้มากดจุดบนใบหน้า โดยค่อยๆใช้ช้อนกดไล่ตั้งแต่บริเวณโหนกแก้ม กดขึ้นไปเรื่อยๆไปจนถึงบริเวณขมับ ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา สลับกันข้างละ 3 ครั้ง ขั้นตอนนี้จะช่วยลดอาหารบวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน
         6.ใช้ปลายช้อนคันเดิมมาบริหารใบหน้าต่อ ด้วยการใช้หลังช้อนลากเบาๆเป็นเส้นจากบริเวณปลายคางไปจนถึงขมับ พร้อมด้วยการใช้มือข้างหนึ่งดึงบริเวณขมับขึ้นไปด้านบนเอาไว้ให้ตึงๆ ในขั้นตอนนี้ให้ทำซ้ำทั้งซ้ายและขวา ข้างละ 3 ครั้ง
         7.ทำคล้ายขั้นตอนที่แล้ว แต่ขยับขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง ด้วยการลากเส้นจากโหนกแก้มด้านล่างขึ้นไปเบาๆ ไม่ต้องกดแรงหรือออกแรงมาก โดยให้ทำซ้ำข้างละ 3 ครั้ง สลับกันทั้งซ้ายและขวา ขั้นตอนนี้จะช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้ใบหน้าของเราเต่งตึงขึ้น

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

วิธีลดกราม ธรรมชาติ

          สมัยนี้ใครๆก็อยากได้ใบหน้าที่ดูเรียวเล็กรูปไข่ หรือเรียกอีกอย่างว่า “หน้าวี” คือมีลักษณะของโครงหน้าเรียวแหลมคล้ายตัว V แล้วสำหรับผู้ที่หน้าเหลี่ยม กรามใหญ่ล่ะ จะทำอย่างไร ก็ต้องไปสรรหาวิธีการต่างๆกันให้วุ่น ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และการทำศัลยกรรมผ่าตัด เหลากราม แล้วจะดีแค่ไหนหากมีวิธีลดกราม ธรรมชาติ ไม่ต้องไปพึ่งมีดหมอให้เจ็บตัว และเปลืองเงินในกระเป๋า แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันว่ากรามใหญ่เกิดจากสาเหตุใด

สาเหตุที่ทำให้กรามใหญ่
            1.พันธุกรรม แน่นอนว่าพันธุกรรมเป็นปัจจัยหลักของการมีกรามใหญ่ หรือว่าใบหน้าเรียวเล็กเป็นรูปไข่ เพราะเป็นเรื่องปกติที่ลูกเกิดมาจะมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อแม่ หรือปู่ ย่า ตา ยาย สักส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่เราจะมีกรามใหญ่ตามบรรพบุรุษ เรื่องนี้จึงเป็นที่เข้าใจได้ไม่ยาก
            2.กระดูกกรามใหญ่ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องพันธุกรรม แต่มาพูดในแง่ของหลักสรีระกัน การที่เรามีกรามใหญ่นั้น ก็เนื่องมาจากกระดูกในร่างกายของเราที่มีเจริญเติบโตแบบเป็นธรรมชาติ ซึ่งบางรายก็ดูใหญ่เป็นพิเศษ วิธีที่จะทำให้มันน้องลงหรือดูเรียวลงนั้น ก็จะต้องทำโดยการผ่าตัดเหลากรามจากด้านใน หรือวิธีการทำศัลยกรรมนั่นเอง
            3.มีกล้ามเนื้อที่กรามมาก คนที่พูดว่าตัวเองกรามใหญ่ ต้องลองสังเกตดูดีๆ ว่ามันใหญ่เพราะกระดูก หรือว่ากล้ามเนื้อ ถ้าเป็นในส่วนของกล้ามเนื้อ ก็แปลว่าเราสามารถใช้วิธีบริหารเพื่อลดกล้ามเนื้อที่กรามให้ดูเล็กลงได้ หรืออาจใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์เข้าไปเพื่อลดขนาดของมันก็ได้ แต่โดยปกติแล้ว คนที่บอกว่าตัวเองกรามใหญ่ ก็อาจเป็นเพราะมีทั้งกล้ามเนื้อ และกระดูกกรามที่ใหญ่นูนออกมา ในกรณีของโบท็อกซ์ ก็จะช่วยเฉพาะส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อเท่านั้น ในส่วนของกระดูก ที่ยังเห็นเป็นโครงเหลี่ยมๆอยู่ ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัดออกเท่านั้น

ลดกรามด้วยวิธีธรรมชาติ
1.นวดหน้าเรียว
เริ่มจากการบริหารกล้ามเนื้อหน้าผาก ด้วยการใช้นิ้วนางและกลาง โดยทำจากกึ่งกลางหน้าผากแล้วนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นหนักลงเบา โดยนวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง และครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อช่วยผ่อนคลาย
สำหรับบริเวณรอบดวงตาและยกกระชับริมฝีปาก ให้ใช้นิ้วนางและกลางนวดเบาๆตรงใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปวนมาเบาๆ นับเป็นหนึ่งครั้ง และทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง
มาถึงไฮไลต์ของเราคือวิธีลดกราม ธรรมชาติ หรือเรียกว่ายกกระชับผิวกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ให้ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วค้างไว้ประมาณ 4-5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำแบบนี้ 3 ครั้ง
และควรยกกระชับผิวบริเวณมุมปากควบคู่กันไป ด้วยการใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น ทำแบบนี้ 3 ครั้ง

2.ลูกกลิ้งนวดหน้าลดกราม
โดยมีจำหน่ายหลายเกรดหลายยี่ห้อ ตั้งแต่แบบเป็นพลาสติกไปจนถึงโลหะที่เป็นอลูมิเนียม หรือเซรามิก หากใช้นวดคลึงกล้ามเนื้อบริเวณแก้มเป็นประจำทุกวัน วันละ 15 นาที จะช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้นมาได้เหมือนกัน หากแต่วิธีนี้มีหลายคนบอกว่าเสียเวลาและปวดเมื่อย ทั้งยังได้ผลน้อยต่อการลดกราม ธรรมชาติ อันนี้ก็ลองใช้วิจารณญาณกันดู
3.การบริหารกล้ามเนื้อลดกราม
 การบริหารลดกราม ธรรมชาตินี้ หากทำเป็นประจำ จะช่วยให้ใบหน้าของเรากระชับยิ่งขึ้น ได้แก่ การอมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่องแล้วสลับกันไปมา การทำปากจู๋ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที การฉีกยิ้มทีละข้างซ้ายทีขวาทีและพยายามยกมุมปากให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอีกวิธีคือฉีกยิ้มให้กว้างๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัวแล้วพูดคำว่า อา อี อู เอ โอ ยาวๆ
เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีลดกราม ธรรมชาติ แบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ต้องบอกเลยว่าถึงแม้วิธีข้างต้นจะไม่เห็นผลรวดเร็วทันใจ แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียงอย่างแน่นอน ที่สำคัญไม่ทำให้กระเป๋าฉีก เนื่องจากไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ อย่างไรก็ดี ต่อให้เรามีใบหน้าที่เรียวสวย ถ้าจิตใจไม่บริสุทธิ์ หรือชอบคิดชั่วทำชั่ว หล่อสวยไปก็เท่านั้น เพราะจริงๆแล้วเราต้องดูดีมาจากข้างในถึงจะมีคุณค่า

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

จัดฟันหน้าเรียว ดั้งโด่งได้จริงหรือ

            หลายคนสงสัยและถกเถียงกันว่า การจัดฟันหรือดัดฟันเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้หน้าของเราเรียวเล็กและดูตอบลง ทั้งยังส่งผลให้จมูกโด่งเป็นสันมากขึ้นได้หรือไม่ จริงๆแล้วหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการจัดฟัน หน้าที่ดูเปลี่ยน ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนเสมอไป เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะกรามและขากรรไกรที่ถูกกำหนดขึ้นจากพันธุกรรม หรือสิ่งที่บรรพบุรุษให้มานั่นเอง ทีนี้เมื่อมีการจัดฟัน ส่วนใหญ่มักต้องถอนฟันไปออกหลายซี่รูปหน้าจึงเล็กลง และยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่ทำให้คิดกันไปว่าจัดฟันหน้าเรียว ดั้งโด่งได้ จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

รูปหน้ากับการจัดฟัน
เหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าการจัดฟันหน้าเรียวเล็กได้ จริงๆแล้วเกิดจากการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าของคนเราที่มีการเจริญเติบโตในช่วงเวลานั้นๆ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรูปหน้าสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่อไปนี้ประการใดประการหนึ่งหรืออาจเกิดร่วมกัน
1.การเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกร ซึ่งเติบโตมากในช่วงวัยรุ่น และโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 14-16 ปีในผู้หญิง และประมาณ 18 ปีในผู้ชาย โดยขนาดของขากรรไกรถูกกำหนดโดยพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่ การจัดฟันด้วยเครื่องมือมีผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกรในช่วงที่ยังโตไม่เต็มที่ จะสามารถยับยั้งหรือกระตุ้นการเจริญของขากรรไกรบนได้เล็กน้อย หลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริเวณจมูกและคางอาจยังยื่นขึ้นได้เล็กน้อยเมื่ออายุมากขึ้น
2.การเคลื่อนฟัน เนื่องจากฟันหน้าเป็นส่วนพยุงริมฝีปากไว้ ดังนั้นเมื่อจัดฟัน ก็หมายถึงการจัดฟันที่ยื่นออกมากลับให้เข้าที่ หรือเป็นการเคลื่อนฟันหน้าไปด้านหน้าหลัง จึงมีผลต่อรูปปากได้ ยิ่งถ้ามีการถอนฟันและดึงฟันหน้าไปข้างหลังมากๆ มีผลทำให้ริมฝีปากยุบลง หน้าเราจึงดูยาวเล็กเรียวขึ้น

ดังนั้น หากเราจัดฟันหน้าเรียวในช่วงอายุที่พ้นวัยเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกรไปแล้ว ถามว่าโอกาสที่หน้าจะเล็กเรียว ดั่งโด่งขึ้นนั้นเป็นไปได้ไหม ฟันธงได้เลยว่าไม่ เต็มที่ก็ทำได้แค่จัดระเบียงฟันให้เรียงกันสวย ซึ่งส่งผลอย่างเห็นได้ชัดต่อริมฝีปาก จึงทำให้หน้าตาของเราในภาพรวมดูดีขึ้น แต่ไม่ได้เป็นการทำให้จมูกโด่ง หน้าเป๊ะแต่ประการใด

สิ่งที่การจัดฟันไม่สามารถทำได้
1.การจัดฟันเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้า โครงสร้างของใบหน้าได้ตามที่ต้องการ เหมือนการทำศัลยกรรม
 2.การถอนฟัน และผ่าฟันคุด ไม่ได้ทำให้ขนาดกรามหรือขากรรไกรเล็กลง
 3.การใส่รีเทนเนอร์ ไม่สามารถลดขนาดกราม และไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้าได้ตามที่ต้องการ อย่างที่มีคนเข้าใจผิด
 4.ไม่มีอะไรรับประกันว่าทุกคนที่จัดฟันแล้วใบหน้าจะดูดีขึ้น เพราะในบางรายก็อาจดูแย่กว่าเดิม

           ฉะนั้น คนส่วนใหญ่ที่มีความเชื่อว่า การจัดฟันหน้าเรียว หรือสามารถปรับเปลี่ยนรูปหน้าได้อย่างที่ต้องการนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดถนัด เพราะขนาดกรามและขากรรไกรเป็นสิ่งที่กำหนดมาแล้วจากบรรพบุรุษ อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในช่วงวัยเจริญเติบโต แล้วพอไปดัดฟันช่วงนั้นพอดี จึงคิดกันไปเองว่าหน้าของตนเปลี่ยนไป
 อย่างไรก็ดี บางคนที่เห็นเครื่องมือจัดฟันหรือเหล็กดัดฟันสีสันสวยงาม เป็นเครื่องประดับบนใบหน้าที่ช่วยให้ดูน่ารัก เสริมบุคลิกภาพให้ดูทันสมัย ดูเป็นคนมีสตางค์ ในทางการแพทย์แล้วการจัดฟันเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจริงๆ เช่น ฟันเหยิน ฟันล้น ฟันขบ ให้มีฟันที่เรียงกันเป็นปกติ ไม่ได้เหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดฟันหน้าเรียวเล็กแต่อย่างใด เพราะอาจเป็นการทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปได้ ซึ่งหลังจากจัดฟันเสร็จแล้วบางรายก็ไม่ได้มีใบหน้าที่ดูดีขึ้นมาเลย ถือเป็นการเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

วิธีลดไขมันใต้คาง โดยไม่ต้องพึ่งหมอ

            “ไขมันใต้คาง” เป็นสาเหตุสำคัญที่บั่นทอนความมั่นอกมั่นใจของคุณผู้หญิง เพราะหากใครมีเหนียงยานหย่อนย้อยเป็นชั้นๆ มันคือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความอ้วนกำลังมาเยือน แต่การเกิดคางหย่อนคล้อยถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เมื่อมีอายุมากขึ้นโดยเฉาะในช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปมักประสบกับปัญหานี้ ซึ่งหากไปพบแพทย์หวังจะรักษาให้หายขาดนั้น คุณหมอมักประเมินอาการแล้วใช้วิธีดูดไขมันใต้คาง ผ่าตัด หรือไม่ก็ด้วยการร้อยไหม แต่จะดีกว่าหรือไม่หากเราสามารถกำจัดไขมันใต้คางได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

สาเหตุของการเกิดไขมันใต้คาง  
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันว่าเหนียงที่หย่อนยานเป็นชั้นๆนั้นเกิดจากสาเหตุใด โดยไขมันที่ไปสะสมบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียงเป็นชั้นไม่น่ามอง จริงๆแล้วก็คือไขมันที่ไปพอกรวมอยู่บริเวณคาง เนื่องมาจากการที่เราปล่อยปละละเลยตัวเอง ไม่ให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหารที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย ที่สำคัญมักไม่ใส่ใจกับการออกกำลังกายที่เป็นตัวช่วยในการเผาผลาญไขมันในทุกสัดส่วน ซึ่งการปล่อยเนื้อปล่อยตัวลักษณะดังกล่าวเพียงระยะเวลาสั้นๆ น้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากร่างกายจะดูอวบอ้วนขึ้นแล้ว สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนก็คือเหนียงใต้คางที่ดูหย่อยคล้อยเป็นชั้นๆนั่นเอง
แต่สำหรับบางคนที่ร่างเล็กเอวบางอยู่แล้ว แต่กลับประสบกับปัญหาไขมันใต้คาง โดยส่วนใหญ่มักเห็นเป็นเหนียงสองชั้น กรณีนี้อาจเกิดจากกรรมพันธ์ที่บรรพบุรุษเป็นคนมีคางสองชั้นและถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีวิธีลดไขมันใต้คาง ถึงแม้จะเห็นผลไม่ชัดเจน แต่อาจช่วยได้ไม่มากก็น้อย

วิธีลดไขมันใต้คาง
           1.ลดน้ำหนัก เนื่องจากคางสองชั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก ถ้าเรามีน้ำหนักตัวที่เกินมาตราฐานจนเกินไป แต่น่าเสียดายที่การลดไขมันใต้คางนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยเพียงการเจาะจงลดน้ำหนักเฉพาะส่วน ดังนั้นการพยายามลดน้ำหนักทั้งตัวจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ในการกำจัดไขมันส่วนเกินทั้งหมดให้ออกไปจากร่างกาย ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลช่วยลดไขมันใต้คางให้น้อยลง
สำหรับวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุดเพื่อลดไขมันใต้คาง คือรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ผัก ผลไม้ และธัญพืชในปริมาณที่เหมาะสม พยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน แป้งเกลือ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ถ้าหากสามารถเผาผลาญปริมาณแคลลอลี่ได้มากกว่าที่รับประทานเข้าไป การลดไขมันใต้คางก็จะกลายเป็นสิ่งที่ง่ายทันที

            2.ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอาจยังไม่เพียงพอต่อการลดน้ำหนักและไขมันใต้คาง ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายร่วมด้วย การขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไปให้หมดด้วยวิธีออกกำลังกายอย่างวิ่งหรือว่ายน้ำเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ไม่ชอบเข้าฟิตเนสลองหากีฬาที่ชื่นชอบเล่น จะได้มีความสุขสนุกสนานไม่เครียดกับการเสียเหงื่อ หรือผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาก็ลองออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่จะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ก็หากิจกรรมชนิดอื่นทำ เช่น เรียนเต้นรำหรือโยคะ เป็นต้น เพราะการออกกำลังกายสามารถช่วยให้อวัยวะต่างๆกระชับและแข็งแรงขึ้น รวมทั้งขจัดไขมันใต้คางได้เป็นอย่างดี
            3.เคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นวิธีขยับขากรรไกร และกล้ามเนื้อของใบหน้าให้เกิดการออกกำลังกาย ซึ่งส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันบริเวณคาง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาคางสองชั้น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยทำให้ผิวพรรณบนใบหน้ามีความกระชับเต่งตึงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
การขจัดไขมันใต้คางให้หมดไปนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่พยายามบังคับตัวเองทำ 3 ขั้นตอนนี้ให้ได้  ก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีใบหน้าเรียวได้รูป หลงลืมเหนียงยานหย่อนคล้อยไปได้เลย ทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อสุขภาพดีจิตใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งหาได้ยากเหลือเกินในสังคมแสนวุ่นวาย

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

มาลดไขมันที่แก้มกัน!

       ใบหน้าที่ดูอวบอ้วนอาจะเป็นปัญหาที่ชวนกังวลใจสำหรับสาวๆหลายคน เพราะนอกจากจะทำให้ดูอ้วนแล้ว ยังทำให้เซลฟี่แล้วดูออกมาชวนไม่มั่นใจ แน่นอนว่าการลดไขมันที่แก้มเป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยได้ แต่ด้วยวิธีการลดไขมันที่แก้มในปัจจุบันมีอยู่สองวิธีใหญ่ๆ คือการฉีดสลายไขมันที่แก้ม กับการออกกำลังกาย โดยเราจะมาทำความรู้จักกับวิธีลดไขมันที่แก้มทั้งสองวิธีนี้กัน

1.ลดไขมันที่แก้มด้วยการฉีด

วิธีนี้เป็นวิธีลดไขมันที่แก้มแบบเร่งด่วนและสะดวกสบาย ซึ่งสารที่ใช้ฉีดนั้นก็มีหลายประเภทซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคลินิกที่ให้บริการว่าจะใช้ยาอะไร โดยจะใช้เข็มเล็กๆฉีดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังลึกประมาณ 0.1 มม. – 12 มม. จากนั้นตัวยาก็จะทำให้ผนังไขมันที่แก้มสลายเป็นไขมันเลว แล้วจากนั้นก็จะถูกขับออกจากทางปัสสาวะ โดยบางครั้งนั้นหลังจากการฉีดส่วนใหญ่มักจะมีอาการบวมที่แก้ม แต่หลังจากนั้นก็จะหายเป็นปกติ โดยจะนานหรือไม่ก็แล้วแต่ปริมาณยาและตัวยา ส่วนมากจะไม่เกิน 15 วัน ซึ่งต้องถามหมอให้แน่ชัดอีกที

        อีกทั้งวิธีการลดไขมันที่แก้มด้วยวิธีการฉีดนั้น ไม่ได้เห็นผลภายใน 1-2 วัน แต่กินเวลาเป็นสัปดาห์ โดยส่วนมากจะเริ่มเห็นผลเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์ และค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ โดยต้องกินยาที่หมอให้ควบคู่ไปด้วยเพื่อการลดไขมันที่แก้มจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งราคาค่าบริการแต่ละครั้งนั้นขึ้นอยู่กับคลินิก โดยจะอยู่ประมาณที่ 4,000 – 7,000 บาทต่อการฉีดหนึ่งครั้ง

 ข้อควรระวังสำหรับการลดไขมันที่แก้มด้วยวิธีการฉีดนั้น คือการทำกับแพทย์ที่น่าเชื่อถือได้ อย่าหลงทำเพียงเพราะราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะได้ผลข้างเคียงเป็นของแถมหลังบริการก็ได้

2. ลดไขมันที่แก้มด้วยวิธีการออกกำลังกาย

 นอกจากจะมีวิธีทางการแพทย์แล้ว ก็ยังมีวิธีออกกำลังกายนี่แหล่ะที่ช่วยลดไขมันที่แก้มได้ แต่หลายคนอาจจะจินตนาการไม่ออกว่าแก้มเรานั้นจะออกกำลังกายได้อย่างไร แต่ถ้าได้รู้วิธีก็จะถึงกับบางอ้อเลยทันใด  โดยท่าบริหารแก้มที่จะแนะนำนั้นมีง่ายๆ 3 วิธีด้วยกัน

  วิธีที่ 1 อ้าปากให้กว้างที่สุด จากนั้นก็ดึงปากมาหุ้มฟันเอาไว้ แล้วพยายามยิ้มให้กว้างที่สุดโดยไม่หุบปาก โดยวิธีนี้ถ้าทำบ่อยๆจะทำให้หน้ารู้สึกตึง ซึ่งเป็นวิธีกระตุ้นแก้มได้ดีทีเดียว

       วิธีที่ 2 ยกมุมปากข้างใดก็ได้ให้ขึ้นสูงที่สุด เมื่อยกสุดแล้วก็ให้หลับตาพร้อมเกร็งบริเวณมุมปากค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นค่อยๆมุมปากลง แล้วทำสลับกับอีกข้าง โดยวิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อตั้งแต่ใต้ตาจนถึงมุมปาก มีการเคลื่อนไหว โดยหากทำบ่อยๆ ก็จะช่วยลดไขมันที่แก้มได้

วิธีที่ 3  ทำปาจู๋เหมือนปลาแล้วดูแก้มให้บุ๋มแบบพอประมาณทั้งสองข้าง จากนั้นก็พยายามยกมุมปากที่สองข้างขึ้นเหมือนยิ้มค้างเอาไว้ 5 วินาที จากนั้นก็ค่อยๆลดลง

       สามวิธีนี้เป็นการบริหารแก้มที่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนในการทำบ่อยๆ โดยทำวิธีละ 10 ครั้งโดยประมาณ เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาว่าง และต้องการประหยัดเงิน และเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสี่ยงกับผลข้างเคียงของยาด้วย

เมื่อได้รู้วิธีการลดไขมันที่แก้มทั้งสองวิธีแล้ว ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของสาวๆว่าจะเลือกวิธีไหน โดยทั้งสองวิธีนั้น จะอาศัยเพียงแค่วิธีการอย่างเดียวไม่ได้ หากจะต้องอาศัยการควบคุมอาหารที่ดี เพราะไขมันส่วนเกินนั้นล้วนมาจากการกินที่เกินพอดี ขอให้มีความสุขกับการรักษาสุขภาพใบหน้าที่ดี และขอให้เซลฟี่ดูดีทุกมุมนะครับ

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!