เคล็ดลับหน้าใส บํารุงผิวหน้าให้สวยเด้ง โดดเด่นกว่าใครๆ

         สมัยนี้แค่รูปร่างดีอย่างเดียวคงไม่ได้ สิ่งที่ต้องมาคู่กันก็คือจะต้องหน้าเป๊ะด้วย ซึ่งหน้าเป๊ะในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแต่งหน้าให้แน่น แต่หมายถึงการบำรุงผิวหน้าให้สวยเด้งออกมาจากข้างใน จริงอยู่ที่ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ทว่าหากเลือกได้คุณก็อยากสวยใสไร้ที่ติแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางมากมิใช่หรือ?
         ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเคล็บลับหน้าใส ที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้สวยเด้ง โดดเด่นกว่าใครๆ มาให้ท่านผู้อ่านโดยเฉพาะ (สามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชาย) ถ้าพร้อมที่จะสวยวิ้งกันแล้วก็มาเริ่มกันเลย

 

เคล็ดลับบำรุงผิวหน้าให้สวยเป๊ะ
         1.ทำความสะอาดผิวด้วยโทนเนอร์ หลังจากกลับถึงบ้าน สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรก็คือการทำความสะอาดผิวหน้า โดยควรใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดให้ทั่วทั้งใบหน้า วิธีการเช็ดหน้าที่ถูกต้องคือ การเช็ดขึ้นจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนเพื่อเป็นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่รูขุมขน และเป็นการทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพอี
         2.ทาครีมบำรุงผิวหน้ากลางวันหรือกลางคืน หลังจากที่เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์แล้ว ก็ควรทำการบำรุงผิวหน้าให้เป็นนิสัย ด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวแบบกลางวันหรือกลางคืนตามความเหมาะสม โดยให้นวดหน้าด้วยนิ้วมือด้วย ซึ่งการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการดูดซึมของเนื้อครีมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีมากขึ้น

         3.ดื่มน้ำสะอาดมากๆ น้ำเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่ายิ่งต่อร่างกาย ซึ่งคนเราจะมีการสูญเสียน้ำออกมาจากร่างกายผ่านปัสสาวะและเหงื่อ อย่างมากที่สุดประมาณ 2 ลิตร ดังนั้น การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นและความสวยงามให้แก่ผิวหนัง
         4.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ หากรู้ว่าต้องออกไปข้างนอกและถูกแดด ก็ควรทาครีมกันแดดที่ผิวหน้าด้วย เพื่อปกป้องผิวจากอันตรายของแสงยูวี โดยผลการวิจัยทางการแพทย์ได้ค้นพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะต้องเผชิญกับแสงยูวีที่เป็นอันตรายต่อผิวมาก และความรุนแรงของแสงจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 50-70 ของแสงทั้งหมด ดังนั้น กันไว้ดีกว่าแก้
         5.พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับแสนง่ายที่ช่วยในการบำรุงผิวหน้าให้สวยเด้งตลอดวัน เพราะระหว่างที่นอนหลับผิวจะสร้างกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวโดยอัตโนมัติ ยิ่งทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน จะทำให้ได้ผลดีมากขึ้น ทั้งนี้ หากพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลทำให้ผิวเกิดการอ่อนล้า ความสามารถในการฟื้นฟูและการซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่จะลดลง ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและหยาบกร้าน เป็นสิวอักเสบได้ง่าย

         6.ออกกำลังกายเป็นประจำหงื่อที่ออกมาจะเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกาย และทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ปอด หัวใจทำงานดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่ง นอกจากนั้นยังช่วยผ่อนคลายความเครียดทำให้นอนหลับสบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ ซึ่งล้วนมีผลดีต่อผิวพรรณทั้งสิ้น
         7.รับประทานอาหารบำรุงผิว โดยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยควรรับประทานผลไม้สด เช่น เบอร์รี่ ทับทิม ชา ส้มโอ อะโวคาโด และแครรอท เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรรับประทานเนื้อปลาที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมโทรม และยังมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชราและความเสื่อมของร่างกาย
         และนี่คือเคล็ดลับความงามที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้สวยเป๊ะจากภายใน โดยเป็นวิธีง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริม และไม่ต้องพึ่งคอร์สหน้าใสให้สิ้นเปลืองงบประมาณในกระเป๋า เห็นไหมว่าคุณก็สามารถสวยได้ง่ายๆ ขอเพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ทำตามเคล็ดลับนี้ รับรองว่าผิวหน้าคุณจะสวยขึ้นจนใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

เตือนภัย! พิจารณาให้ดีก่อนเลือกซื้ออาหารเสริมผิวขาว

       ผู้หญิงกับความสวยความงามเป็นของคู่กัน และสำหรับค่านิยมของคนไทยส่วนใหญ่มักชอบสาวผิวขาว เนียนสวย มีออร่า จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการจะผลิตเครื่องสำอางออกมารองรับคุณผู้หญิงที่ต้องการผิวพรรณที่ดี ขาวเปล่งปลั่ง เป็นประกาย แต่ก็ยังไม่วายมีพวกพ่อค้าหัวใสที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการผลิตอาหารเสริมผิวขาว ที่ผสมสารแปลกปลอม ไม่พึงประสงค์ต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียตามมามากมาย วันนี้เรามีข่าวเตือนภัยสำหรับผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิวขาว ให้ระมัดระวังกันมากขึ้น

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมาว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รวบรวมรายชื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย รวมกว่า 34 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งในนั้นมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่าทำให้ผิวขาวเนียนรวมอยู่ด้วย จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร มีการใช้เลขสารบบอาหารปลอม หรือมีการนำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้ โดยทาง อย.ได้นำรายชื่อและภาพผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมได้มาประกาศที่เว็บไซต์เพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภค ไม่ให้ซื้อมาบริโภค เพราะอาจเกิดอันตรายได้จากสารอันตรายที่ลักลอบใส่ หรือจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

       ปัจจุบันสารเร่งผิวขาว นวลเนียนเปล่งออร่า กำลังกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยม โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น บางคนโชคดีที่ผิวขาวแบบแม่ให้มาตั้งแต่เกิด ก็ไม่ต้องพึ่งตัวช่วยเสริมมาก แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้เกิดมาขาว ก็ย่อมใฝ่ฝันว่าจะมีผิวขาวกับเขาบ้าง จึงต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยีและตัวช่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวท์เทนนิ่ง เครื่องดื่มบำรุงผิวขาวอมชมพู อาหารเสริมผิวขาว หรือแม้แต่การฉีดเร่งผิวขาว ซึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และการฉวยโอกาสเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่หากินกับคนอยากสวย ทำให้เกิดข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดขึ้นมากมาย กระนั้น เพื่อความสวยอย่างปลอดภัย สวยอย่างมีสติและไม่ตกเป็นทาสของความงามอย่างไม่ลืมหูลืมตา เราควรศึกษาให้รู้เท่าทันอันตรายที่จะตามมาเสียก่อน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าทำให้ผิวขาวเนียน มีดังนี้ 

 1.Super Aura Whitening (Hyaluronic Botox สูตรเร่งรัดพิเศษ ขาวออร่า ขาวเว่อร์ มีแสงออร่า เปล่งประกาย ขาวได้ภายใน 1 เม็ด แผงเดียวเห็นผลจริง มีส่วนผสมของ L-glutathione, Vitamin C, Coenzyme Q 10) นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท คาโออิ เฮลล์แคร์ อินเตอร์เนชัลแนล ไทยแลนด์ จำกัด ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 ไม่มีเลข อย.

       2.แคปซูล คอลลาเจน 30,000 มิลลิกรัม ขาวใส เห็นผลภายใน 7 วัน ไม่มีผู้ผลิตและจัดจำหน่าย เลขทะเบียนยาปลอมคือ “reg. no 228/47”

3.Wonderful Perfect Gluta DARA 40000 (มีส่วนผสมของ L-glutathione Nano, Co Q10, สารสกัดจากเบอร์รี่) นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย วันเดอร์ฟูล เพอร์เฟค ไม่มีเลข อย.

 4.Wonderful Perfect Gluta DARA ALA เร่งขาว (กรดอัลฟาไลโปอิก 20000 มก) นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยวันเดอร์ฟูล เพอร์เฟค ไม่มีเลข อย.

       5.Collagen Gluta Like (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร LEENA STRAWBERRY FLAVOR ขาวเว่อร์ ขาวใส เร่งรัดภายใน 1 สัปดาห์ ผิวขาวใสอมชมพู มีออร่าเปล่งประกาย Super active whitening aura) ผลิตและจำหน่าย โดย ดูโอ้แซ่บ พบแสดงเลขสารบบไม่ถูกต้องคือ 12-2-00129-1-0087

       นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิวขาวแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมายที่ลักลอบจำหน่ายกัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศ ผลิตภัณฑ์อาหารยาอ้างช่วยลดน้ำหนัก ที่ขายกันว่อนในอินเตอร์เน็ต ดังนั้น เพื่อความปลอภัยของผู้บริโภค จึงควรใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างระมัดระวัง และหากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดเกินความจริง หรือได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่านั้น สามารถแจ้งสายด่วน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โทร 1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

มารู้จักการสครับหน้า สครับผิวที่ถูกวิธีกันดีกว่า

การสครับหน้า เป็นหนึ่งในวิธีการทำความสะอาดผิวหน้า โดยการช่วยผลัดชั้นผิวหนังที่ตาย หรือหมองคล้ำจากมลภาวะที่คุณสาวๆได้พบในชีวิตประจำวันให้หลุดออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ ผิวหน้าก็จะดูกระจ่างใส เกลี้ยงเกลา และขาวเนียนมากขึ้นกว่าเดิม

การสครับหน้านั้น มีวิธีการใช้ที่ถูกต้องอยู่ ถ้าหากใช้ไม่ดี การสครับอาจจะกลายมาเป็นดาบสองคมที่จะทำลายผิวหน้าได้อย่างง่ายๆ เช่นเดียวกัน สำหรับในวันนี้ ก็จะพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับหลักการใช้สครับหน้าที่ถูกต้อง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบกัน

ประเภทและของสครับ

สครับ (Scrub) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆ คือ สครับที่ผลิตจากธรรมชาติ และสครับที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมี ซึ่งสครับทั้งสองประเภท สามารถนำมาใช้ในการสครับเพื่อทำความสะอาดใบหน้าได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม หากคุณสาวๆ ต้องการที่จะทำการสครับใบหน้า ก็ควรที่จะทำการศึกษาสครับทั้ง 2 ประเภท ดังกล่าวเอาไว้ว่า มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร

            1. สครับที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมี  เม็ดสครับที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ มักจะผสมเม็ดสครับสำหรับใช้ในการขัดผิว ซึ่งทำให้ชั้นผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกไป โดยส่วนใหญ่เม็ดสครับจะเป็นเม็ดพลาสติก หรือพลาสติกเคลือบ (Micro bead) ซึ่งจะมีตั้งแต่เม็ดแบบหยาบมาก ไปจนถึงเม็ดที่มีความละเอียดมาก โดยเม็ดสครับเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นทรงกลม มีขนาดที่เท่ากัน

บางผลิตภัณฑ์เม็ดสครับอาจจะเป็นเพียงเม็ดพลาสติกธรรมดา ในบางผลิตภัณฑ์อาจจะมีการชุบสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Jojoba Bead สครับที่ทำการผลิตจากกระบวนการทางเคมี จึงทำให้มีโอกาสเกิดความระคายเคืองต่อผิวได้มากกว่าสครับที่ผลิตจากธรรมชาติ

2. สครับที่ผลิตจากธรรมชาติ เนื้อเม็ดของสครับจะทำขึ้นจากพืช หรือผลไม้ มีลักษณะที่ค่อนข้างหยาบ เม็ดสครับที่ได้จากธรรมชาติมีรูปร่าง และขนาดที่ไม่แน่นอน แต่ความแตกต่างทางรูปทรงของเม็ดสครับ กลับทำให้เม็ดสครับมีประสิทธิภาพในการขัดสิ่งสกปรกออกมาจากผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวน้อยกว่าสครับที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการทางเคมี

การสครับหน้า กับลักษณะของผิว

            ก่อนที่จะทำการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการสครับหน้า หรือผสมครีมสครับขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติด้วยตัวเอง คุณสาวๆควรที่จะทำการสำรวจตัวเองก่อนว่า สภาพผิวของตนเองนั้นมีลักษณะเช่นใด เพื่อที่จะได้เลือกครีสครับที่เหมาะสม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ลักษณะผิวของคุณสาวๆ จะสามารถแบ่งออกได้กว้างๆ ดังต่อไปนี้

1. ผิวแพ้ง่าย สำหรับคนที่เป็นผิวแพ้ง่ายไม่ควรทำการสครับหน้าทุกวัน เพราะอาจจะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย และก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ หรือส่วนผสมในการทำสครับจากธรรมชาติ ควรทดลองนำไปใช้กับส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น หลังมือ เป็นต้น ก่อนนำไปใช้กับใบหน้า เพื่อตรวจสอบดูว่าเกิดอาการแพ้ของผิวขึ้นหรือไม่

            2. ผิวมัน สำหรับคนที่เป็นผิวมัน ใบหน้ามีการผลิตทั้งเหงื่อ และไขมันออกมาเป็นจำนวนมาก สามารถทำการสครับหน้าได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่การขัดถูมากๆ จะยิ่งทำให้รูขุมขนกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ใบหน้ามันมากยิ่งขึ้น หากต้องการทำการสครับใบหน้า ควรพยายามหลีกเลี่ยงในบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง

3. ผิวแห้ง สำหรับผิวแห้ง การสครับหน้าจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าหากต้องการจะสครับหน้าจริงๆ ควรทำการสครับหน้าเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว

4. ผิวที่เป็นสิว ควรพยายามหลีกเลี่ยงสครับที่มีกรดธรรมชาติสูงๆ เช่น กรด AHA และ BHA เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบ หรือทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ และควรหลีกเลี่ยงการสครับในบริเวณที่เป็นสิว เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบขึ้นได้เช่นกัน

ข้อควรจำในการขัดผิวหน้าอย่างถูกวิธี

            1. ไม่ควรทำการขัดหน้าบ่อยจนเกินไป โดยความถี่ที่เหมาะสมในการขัดหน้า คือ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว นอกจากนี้การทิ้งระยะเวลาในการขัดหน้าจะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทนแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกขัดออกไป ดังนั้นถ้าหากฝืนทำการขัดหน้าบ่อยๆ แทนที่จะทำให้หน้าใส กลับเป็นการรบกวนผิว ทำให้ใบหน้าแห้งกรัง เกิดสิว แถมริ้วรอยยังมาเยือนอีกต่างหาก

2. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟา ไฮดรอกซี (Alpha hydroxyl acids) ที่มากจนเกินไป เพราะถึงแม้ว่ากรดดังกล่าวจะมีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่หากใช้ในปริมาณมากจนเกินไป หรือทาบ่อยๆเป็นประจำทุกวัน การกระตุ้นให้ผิวหน้าผลัดเซลล์อยู่ตลอดเวลาจะทำให้ผิวใบหน้าถูกทำลายมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาด้านผิวเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว

3. ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ขัดผิวตัวมาใช้ในการขัดผิวหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการขัดผิวหน้าโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าที่มีเม็ดขรุขระ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดละเอียด เพื่อความปลอดภัยต่อผิวหน้าที่มากขึ้น ให้คุณสาวๆนำผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ทำการขัดผิวหน้า มาทดลองขัดที่ผิวหนังบริเวณหลังมือก่อน ถ้าหากทำการถูแล้วไม่รู้สึกเจ็บ หรือแสบผิว จึงค่อยนำไปใช้ในการขัดผิวหน้าต่อไป

4. ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขัดผิวหน้ามากที่สุด คือ เวลากลางคืน เพราะหลังจากที่เราทำการขัดผิวหน้าเสร็จแล้ว ในขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหน้าจะได้ทำการซ่อมแซม ฟื้นฟู จากการสูญเสียที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการขัดหน้า

            5. สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวแต่อยากทำการขัดผิวหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าสำหรับคนที่เป็นสิวเป็นเฉพาะ เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะไปสร้างความระคายเคืองให้กับผิวหน้าในขณะที่ทำการขัดผิวหน้า ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิว หรือสิวอักเสบมากขึ้น แต่ทางที่ดีที่สุดคือ ควรงดการขัดผิวหน้าในขณะที่เป็นสิวจนกว่าจะหายดี

6. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้าเมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด เช่น ชายทะเล เป็นต้น ไม่ควรทำการขัดผิวหน้า อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนไปในบริเวณที่มีแสงแดดมาก เพราะการขัดผิวหน้าทำให้ผิวหน้าบางลง ผิวหน้าจึงมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้นตามไปด้วย

7. หลังจากที่ทำการขัดผิวหน้าควรทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF มากกว่า 15 เมื่อจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอกบ้าน เพราะการขัดผิวหน้าจะทำให้ผิวบอบบางลง และไว้ต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น

8. ในขณะที่ทำการขัดผิวหน้าด้วยมือ ควรขัดเบาๆ พร้อมกับใช้มือขัดในลักษณะถูเป็นวงกลมเล็กๆ ไล่ให้ทั่วใบหน้า โดยเน้นที่บริเวณหน้าผาก จมูกและคางเป็นพิเศษ เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมักจะเกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวขึ้น อีกทั้งยังไม่ควรขัดผิวหน้านานจนเกินไปนัก ควรใช้เวลาในการขัดประมาณ 10-15 นาที หรือน้อยกว่านั้นก็เพียงพอแล้ว

9. หลังจากที่ทำการขัดผิวหน้าควรทำการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ทุกครั้ง เพื่อเป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า
การสครับขัดผิวให้ขาวสะอาด ควรทำด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบอบบางลง จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวหยาบกร้านได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วผิวหนังจะมีการผลิตเซลล์ผิวเป็นประจำทุก 2-4 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุมมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป

การสครับผิวจะค่อยๆ ช้าลง การขัดเซลล์ผิวจะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ควรทำการขัดผิวเป็นประจำทุกวัน ความถี่ในการขัดผิวกายที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 ครั้ง ต่อเดือน โดยการขัดผิวกายนั้น ให้ทำการขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือ และหลังจากที่ทำการขัดผิวเสร็จแล้ว ควรหามอนส์เจอไรเซอร์มาทาที่ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

รวมสูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ ทำง่ายๆ ที่บ้าน

การขัดหน้า หรือ การสครับหน้า (Face Scrub) เป็นหนึ่งในวิธีการดูแลรักษาผิวให้ขาวใส ที่คุณสาวๆให้ความสนใจ เนื่องจากการขัดผิวหน้าเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำและตายแล้วออกไป เมื่อเซลล์ผิวหนังใหม่ขึ้นมาแทนที่ จึงทำให้ผิวใบหน้าดูเรียบเนียน เปล่งปลั่งมีออร่ามากขึ้นกว่าเดิม

วิธีขัดผิวหน้าที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงิน เสียเวลาไปสถาบันเสริมความงามอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันส่วนผสมที่นำมาใช้ในการขัดหน้าก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น เกลือ ดินสอพอง เป็นต้น  รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับการขัดหน้าโดยเฉพาะที่มีวางขายอยู่หลายยี่ห้อ

สำหรับในวันนี้จะขอพาไปแนะนำให้รู้จัก สูตรการขัดหน้า ที่สามารถหาได้จากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ซึ่งได้ทำการรวบรวมเอาไว้ให้คุณสาวๆ ได้ทดลองนำสูตรที่สนใจไปใช้ในการขัดผิวหน้าด้วยตัวเอง

สูตรขัดหน้าจากธรรมชาติ

1. สูตรน้ำผึ้ง+น้ำมันมะกอก นำน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วย เทลงในถ้วย แล้วค้นให้เข้ากัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนใบหน้าให้ทั่ว แล้วทำการขัด ประมาณ 60 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. สูตรน้ำตาลทรายแดง ปั่นน้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย ผิวมะนาวขูด 2 ช้อนชา ให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดใบหน้า โดยการนวดเบาๆให้ทั่ว แล้วทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. สูตรน้ำมะนาว นำน้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับน้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วล้างออก ขอที่ควรระวังคือ ไม่ควรใช้น้ำมะนาวล้วนๆในการทาผิวหน้า เพราะจะเป็นอันตรายต่อผิวหน้า เช่น ทำให้ใบหน้ากร้านขึ้น เป็นต้น

4. สูตรดินสอพอง+น้ำมะนาว นำดินสอพองมาผสมเข้ากับน้ำมะนาว นำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนใบหน้าบางๆก่อนนอน แล้วล้างออกในตอนเช้าด้วยน้ำเย็น แต่ถ้าหากรู้สึกว่าผิวหน้าตึงเกินไปเมื่อใช้สูตรดังกล่าว แนะนำให้ลองลดปริมาณดินสอพองลง

5. สูตรไข่ขาว+มะนาว นำไข่ขาว 1 ช้อนชา กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา มาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทาบางๆทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นที แล้วจึงล้างออกด้วยสบู่

6. สูตรโยเกิร์ต+เกลือป่น นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย ผสมเข้ากับเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้า จากนั้นใช้นิ้วมือขัดให้ทั่วประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

7. นมผง+น้ำมะนาว นำนมผง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำอุ่น 1 ช้อนชา ผสมเข้าด้วยกันจนนิ่ม นำส่วนผสมที่ได้มาถูเบาๆทั่วหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น

8. สูตรโยเกิร์ต+น้ำตาลทราย นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา นำส่วนผสมที่ได้มาขัดเบาๆให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

9. สูตรมะเขือเทศ+โยเกิร์ต นำมะเขือเทศ 2 ลูก โยเกิร์ต 1 ถ้วย และเกลือแกง 2 ช้อนชา ปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปขัดเบาๆให้ทั่วใบหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

10. สูตรผงกากกาแฟ+นมจืด นำผงกากกาแฟใส่ลงในถ้วย แล้วเทนมจืดผสมลงไปเล็กน้อย แล้วทำการกวนจนกระทั่งส่วนผสมมีลักษณะเหนียวข้น จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทำการทาให้ทั่วใบหน้า ขัดเบาๆ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

11. สูตรรำข้าว นำรำข้าว 3-4 ช้อนโต๊ะ นมเปรี้ยว 2-3 ช้อนโต๊ะ และเกลือทะเลที่ใช้ในการขัดผิว 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมให้เข้ากันในถ้วยใบเล็กๆ จนเหนียวกลายเป็นเนื้อครีมเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้า ขัดเบาๆ แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

12. สูตรสตอเบอรี่ + โยเกิร์ต นำสตอเบอรี่จำนวน 4 ผล ไปปั่น แล้วนำสตอเบอรี่ที่ปั่นผสมเข้ากับโยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่เย็น ½ ถ้วย ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาขัดและนวดเบาๆให้ทั่วใบหน้า แล้งล้างออกด้วยน้ำอุ่น

13. สูตรข้าวโอ๊ต+เม็ดถั่วเขียว นำข้าวโอ๊ตอบแห้ง 1 ช้อนชา และเม็ดถั่วเขียว ½ ช้อนชา ปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นให้เผสมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยแล้วผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำส่วนผสมที่ได้ขัดผิวหน้าให้ทั่วอย่าเบามือ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

14. สูตรผงวิเศษ+น้ำมะนาว นำผงวิเศษตราร่มชูชีพ 2 ซอง น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดหน้าเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

15. สูตรมะขามเปียก นำมะขามเปียก 1 ก้อน ดินสอพอง 2 ก้อน นมรสจืด 4-5 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดที่ผิวหน้าเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการขัดหน้าจะช่วยทำให้ผิวของคุณสาวๆ ขาวใสกระจ่างขึ้น แต่ก็ไม่ควรทำการขัดหน้าบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบางขึ้น ทำให้ไวต่อแสง และอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา เช่น ผิวที่แห้งกร้าน หรือสิว เป็นต้น

ความถี่ในการขัดผิวหน้า คือประมาณ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว และทุกครั้งที่มีการขัดผิวหน้า ควรทำการบำรุงผิวหน้าด้วยมอยเจอไรเซอร์ ถ้าต้องการออกไปนอกบ้านหลังจากที่พึ่งทำการขัดผิวหน้า ก็ควรที่จะทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+++ ขึ้นไป เพื่อช่วยในการปกป้องที่ผิวหน้าที่บอบบางขึ้นจากการขัดหน้า และหลีกเลี่ยวผิวหน้าจากแสงแดดอีกทางหนึ่งด้วย

ถ้าหากคุณสาวๆ ทำตามวิธีการขัดหน้า ที่ได้แนะนำไปในข้างต้นอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว ในระยะเวลาที่ไม่นานนักก็จะสามารถเห็นผลว่าเจ้ากระตัวดีจะเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินและเสียเวลาในการไปรักษาตามสถาบันเสริมความงาม อีกทั้งยังเป็นวิธีการรักษาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่าย มีราคาที่ไม่แพง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้สารเคมีเพื่อช่วยในการรักษาอีกด้วย

ถ้าหากใครขี้เกียจที่จะหาวัตถุดับจากธรรมชาติดังกล่าวข้างต้นมารใช้แล้ว ก็จะขอแนะนำผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้า สครับหน้า ดูแลผิวหน้าให้ขาวใสที่จะแนะนำให้ใช้ เรียงลำดับการทำความสะอาดผิวหน้า ตั้งแต่ การขัดหน้า ล้างหน้า ใช้เซรั่มกระชับรูขุมขน และก็ครีมหน้าใสเพื่อผิวเรียบเนียนเป็นการตบท้ายการบำรุงผิวหน้าขาวใส

 

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

รวมเคล็ดลับ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน!?

ผิวที่สวยใส ขาวเนียน มีสุขภาพที่ดี คือ หนึ่งในสุดยอดแห่งความปารถนาของคุณสาวๆ โดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่ชื่นชอบการแต่งตัว ไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไร สไตล์ไหน  หรืออวดผิวกายมากเพียงใด การที่มีผิวขาวสวยก็ช่วยให้คุณสาวๆ สามารถที่จะแต่งตัวได้อย่างมั่นใจ แถมยังทำให้คุณหนุ่มๆ ต้องมองตามนั้นชนิดไม่วางตากันเลยทีเดียว

สำหรับวิธีการช่วยทำให้ผิวขาวนั้นก็มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยม ซึ่งสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยตัวคุณสาวๆ เอง  คือ การขัดผิวขาว ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ ทำให้เซลล์ผิวใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่ มีความขาวเนียน และมีสุขภาพที่ดีมากกว่าเดิม

สำหรับในวันนี้ จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับสูตรในการขัดผิวให้ขาวที่ได้ทำการรวบรวมมา ด้วยวัตถุดิบที่สามารถหาได้อย่างง่ายๆ ใกล้ตัว ในราคาประหยัด

สูตรขัดผิวให้ขาวเนียน

สูตรขัดผิวขาว ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับการขัดผิวกายเท่านั้น ไม่ควรที่จะนำไปใช้ในการขัดและพอกผิวหน้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากบางสูตรมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งถึงแม้ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว แต่ก็ไม่เหมาะกับผิวของใบหน้าที่มีความบอบบาง

ถ้าหากต้องการที่จะทำการขัดผิวหน้า ขอแนะนำให้เลือกใช้สูตรที่เหมาะสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ เอาล่ะ… ทีนี้มารู้จักกับสูตรการขัดผิวให้ขาวอย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวคุณสาวๆ เองกันดีกว่า

1. สูตรรวมมิตร นำมะขามเปียก 1 กำมือ น้ำมะนาว 1 ลูก โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 6 ช้อนชา น้ำผึ้งหนึ่งช้อนโต๊ะ ผงขัดตัว 5-6 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ทำการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. สูตรน้ำมันมะกอก+น้ำมะนาว นำน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และเกลือเม็ดหยาบ มาผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. สูตรมะเขือเทศ+น้ำตาลทราย ฝานมะเขือเทศให้เป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำไปจุ่มในน้ำตาลทราย แล้วนำไปขัดให้ทั่วตัว จนกระทั่งน้ำตาลที่หุ้มแผ่นมะเขือเทศละลายออกไปจนหมด แล้วเปลี่ยนมะเขือเทศแผ่นใหม่ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรมะขามเปียก+นม และน้ำผึ้ง นำมะขามเปียก นม และน้ำผึ้ง ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปขัดผิว จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. สูตรมะละกอสุก+โยเกิร์ต นำมะละกอ โยเกิร์ต และเกลือทะเล ปั่นรวมกันให้ละเอียด แล้วนำส่วนผสมที่ได้มานวดที่ผิวเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

6. สูตรน้ำนมจืด ชโลมน้ำนมให้ทั่วผิว เมื่อผิวแห้งแล้วให้ใช้ใยบวบขัดผิว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

7. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการขัดผิวที่ประสิทธิภาพมาก เพียงแค่ขัดเบาๆ เวลาอาบน้ำก็จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายออกไปได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ควรออกแรงขัดมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รู้สึกแสบที่ผิวได้ เนื่องจากเส้นใยมีลักษณะที่สาก และหยาบ

8. สูตรขมิ้น นำขมิ้นสดไปขูดกับที่ขูดขมิ้นจนละเอียด จากนั้นให้นำขมิ้นที่ได้ไปทำการขัดผิวได้เลย หรือถ้าต้องการประสิทธิภาพในการบำรุงผิวที่มากยิ่งขึ้น สามารถนำไปผสมกับส่วนประกอบอื่นๆ เช่น นมสด ดินสอพอง มะนาว มะขามเปียก เป็นต้น โดยผสมกับขมิ้นเพียงเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนนำไปขัดที่ผิว

9. สูตรว่านนางคำ นำว่านนางคำ 100 กรัม ว่านไพร 25 กรัม ขมิ้น 25 กรัม มาหั้นให้เป็นชิ้นบางๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำดินสอพองบดละเอียด 1000 กรัม ลิ้นทะเล 200 กรัม และสารส้มสะตุ 200 กรัม นำส่วนผสมทั้งหมดมาคนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปใส่กระชอนร่อนให้ละเอียด แล้วนำผงที่ได้จากการร่อนนำไปขัดผิว

10. สูตรกากกาแฟ นำกากกาแฟที่ใช้แล้ว 1 ถ้วยตวง มาผสมเข้ากับผงขมิ้นชัน 1 กรัม และมะขามเปียกที่คั้นเอาน้ำแล้วประมาณ ½ ถ้วยตวง เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปขัดผิวประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก โดยที่ไม่ต้องถูสบู่

11. สูตรมันฝรั่ง นำมันฝรั่งดิบมาขูดแล้วนำไปห่อด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นใช้ผ้าขาวบางดังกล่าวขัดไปตามร่างกายในขณะที่ทำการอาบน้ำ มันฝรั่งจะช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม และกระจ่างขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

12. สูตรนมผง นำนมผงประมาณ 1 ถ้วยตวง ใส่ลงในถุงผ้า แล้วค่อยๆใช้ถุงผ้าขัดไปตามร่างกาย น้ำนมจะค่อยๆไหลออกมาเคลือบผิว ซึ่งโปรตีนในนมจะช่วยกระชับผิวและทำให้ผิวขาวเนียนมากยิ่งขึ้น หรือถ้าหากอาบน้ำฝักบัว ให้นำนมผงไปผสมกับน้ำเล็กน้อยจนกลายเป็นแป้งเหนียว นำมาทาไปบนร่างกายให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

13. สูตรแตงกวา นำแตงกวาไปปั่นแล้วเอาน้ำออก ให้เหลือเพียงเนื้อแตงกว่า 1 ถ้วย ผสมเข้ากับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จมูกข้าวสาลี 2 ช้อนโต๊ะ และเมล็ดงา 1 ช้อนชา ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปขัดผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

14. สูตรแป้งข้าวจ้าว นำแป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับผงขมิ้นชัน 1 หยิบมือ และนมจืด 2 ช้อนโต๊ะ ให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปถูตัวแทนสบู่

15. สูตรผลไม้ขัดผิว สามารถเลือกนำผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด และช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวเรียบเนียนขึ้นมาใช้ในการขัดตัว อาทิเช่น สัปปะรด มะละกอ มะม่วง องุ่น ส้ม พีช สตอเบอร์รี่ เป็นต้น โดยน้ำผลไม้เหล่านี้มาฝานให้เป็นแผ่นบางๆ และนำไปขัดตัวได้เลย

การขัดผิวขาวที่ดี ทำอย่างไร

การขัดผิวให้ขาวสะอาด ควรทำด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบอบบางลง จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวหยาบกร้านได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วผิวหนังจะมีการผลิตเซลล์ผิวเป็นประจำทุก 2-4 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุมมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป

การผลัดเซลล์ผิวจะค่อยๆ ช้าลง การขัดเซลล์ผิวจะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ควรทำการขัดผิวเป็นประจำทุกวัน ความถี่ในการขัดผิวกายที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 ครั้ง ต่อเดือน โดยการขัดผิวกายนั้น ให้ทำการขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือ และหลังจากที่ทำการขัดผิวเสร็จแล้ว ควรหามอนส์เจอไรเซอร์มาทาที่ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

ระวัง! ขัดผิวหน้าอย่างผิดวิธีหน้าจะพังไม่ทันรู้ตัว

การขัดผิวหน้า หรือ การสครับ (Facial Scrub) เป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ เมื่อเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ สภาพผิวก็จะดีขึ้น และดูเปล่งปลั่งมากกว่าเดิม ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้คุณสาวๆ หลายๆ คนที่ใจร้อน อยากที่จะทำการขัดผิวหน้าบ่อยๆ เพื่อให้ใบหน้าเนียนกระจ่างใสอยู่เป็นประจำ

แต่ในความเป็นจริงแล้วการขัดผิวหน้าบ่อยมากๆ จนเกินพอดีนั้น เป็นผลเสียต่อผิวหน้ามากกว่าผลดี เพราะทำให้ผิวบนใบหน้าเกิดการระคายเคือง จนนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น สิว  ความแห้งกร้านของผิวหน้า เป็นต้น

สำหรับในวันนี้ จึงจะขอแนะนำให้รู้จักกับ วิธีการขัดผิวหน้าอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นการช่วยป้องกันการเกิดปัญหา และทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ ขาวใสจากการขัดผิวโดยไร้ความกังวล

ข้อควรจำในการขัดผิวหน้าอย่างถูกวิธี

              1. ไม่ควรทำการขัดหน้าบ่อยจนเกินไป โดยความถี่ที่เหมาะสมในการขัดหน้า คือ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว นอกจากนี้การทิ้งระยะเวลาในการขัดหน้าจะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทนแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกขัดออกไป ดังนั้นถ้าหากฝืนทำการขัดหน้าบ่อยๆ แทนที่จะทำให้หน้าใส กลับเป็นการรบกวนผิว ทำให้ใบหน้าแห้งกรัง เกิดสิว แถมริ้วรอยยังมาเยือนอีกต่างหาก

2. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟา ไฮดรอกซี (Alpha hydroxylacids) ที่มากจนเกินไป เพราะถึงแม้ว่ากรดดังกล่าวจะมีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่หากใช้ในปริมาณมากจนเกินไป หรือทาบ่อยๆเป็นประจำทุกวัน การกระตุ้นให้ผิวหน้าผลัดเซลล์อยู่ตลอดเวลาจะทำให้ผิวใบหน้าถูกทำลายมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาด้านผิวเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว

            3. ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ขัดผิวตัวมาใช้ในการขัดผิวหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการขัดผิวหน้าโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าที่มีเม็ดขรุขระ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดละเอียด เพื่อความปลอดภัยต่อผิวหน้าที่มากขึ้น ให้คุณสาวๆนำผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ทำการขัดผิวหน้า มาทดลองขัดที่ผิวหนังบริเวณหลังมือก่อน ถ้าหากทำการถูแล้วไม่รู้สึกเจ็บ หรือแสบผิว จึงค่อยนำไปใช้ในการขัดผิวหน้าต่อไป

4. ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขัดผิวหน้ามากที่สุด คือ เวลากลางคืน เพราะหลังจากที่เราทำการขัดผิวหน้าเสร็จแล้ว ในขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหน้าจะได้ทำการซ่อมแซม ฟื้นฟู จากการสูญเสียที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการขัดหน้า

            5. สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวแต่อยากทำการขัดผิวหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าสำหรับคนที่เป็นสิวเป็นเฉพาะ เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะไปสร้างความระคายเคืองให้กับผิวหน้าในขณะที่ทำการขัดผิวหน้า ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิว หรือสิวอักเสบมากขึ้น แต่ทางที่ดีที่สุดคือ ควรงดการขัดผิวหน้าในขณะที่เป็นสิวจนกว่าจะหายดี

6. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้าเมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด เช่น ชายทะเล เป็นต้น ไม่ควรทำการขัดผิวหน้า อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนไปในบริเวณที่มีแสงแดดมาก เพราะการขัดผิวหน้าทำให้ผิวหน้าบางลง ผิวหน้าจึงมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้นตามไปด้วย

7. หลังจากที่ทำการขัดผิวหน้าควรทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF มากกว่า 15 เมื่อจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอกบ้าน เพราะการขัดผิวหน้าจะทำให้ผิวบอบบางลง และไว้ต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น

8. ในขณะที่ทำการขัดผิวหน้าด้วยมือ ควรขัดเบาๆ พร้อมกับใช้มือขัดในลักษณะถูเป็นวงกลมเล็กๆ ไล่ให้ทั่วใบหน้า โดยเน้นที่บริเวณหน้าผาก จมูกและคางเป็นพิเศษ เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมักจะเกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวขึ้น อีกทั้งยังไม่ควรขัดผิวหน้านานจนเกินไปนัก ควรใช้เวลาในการขัดประมาณ 10-15 นาที หรือน้อยกว่านั้นก็เพียงพอแล้ว

          9. หลังจากที่ทำการขัดผิวหน้าควรทำการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ทุกครั้ง เพื่อเป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

ขัดผิวขาว นวัตกรรมผิวขาว แบบง่ายๆ ไม่เจ็บตัว

ปัจจุบันเรื่องผิวขาวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป  เพราะมีนวัตกรรมต่างๆเข้ามาช่วยในการทำให้ผิวขาวขึ้น

ทั้งขาวเร็ว ขาวไว ขาวโบ๊ะ  สารพัดจะขาว  แต่ที่กล่าวมาก็อาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายเราได้

อีกวิธีการหนึ่งที่ขาวอย่างแน่นอน ก็คือ การขัดผิวขาว คะ

การขัดผิว ก็คือ การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว  แต่วิธีการ ขัดผิวขาว อาจจะเห็นผล

ช้าสักหน่อย

และต้องทำเป็นประจำไม่ละความพยายามค่ะ  โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ใช้วัสดุจากครัว

ของเรานั่นเอง

–  ใช้มะขามเปียก ผสมนมและน้ำผึ้ง นำทุกอย่างผสมเข้ากันแล้วอาบน้ำให้สะอาด

พอส่วนผสมลงบนตัวขัดวนเบาๆ ทำแบบนี้ 3 วัน แล้วใช้เกลือขัดตัว ขัดเบาๆต่ออีก 2 วัน

ทำแบบนี้เป็นประจำที่สำคัญหลังจากขัดผิวแล้วให้ทาครีมบำรุงด้วยเนื่องจากผิวจะขาดความชุ่มชื่น

และเวลาออกไปไหนให้ใส่เสื้อแขนยาวและทาครีมกันแดดด้วย

–  ใช้มะละกอสุกขัดผิว  เนื่องจากมะละกอมีวิตามินเอและซีสูงมาก โดยใช้มะละกอ  เกลือทะเล

และโยเกิร์ต  ปั่นผสมกันให้เป็นเนื้อละเอียด ปั่นเรียบร้อยนำมานวดบนผิวเบาๆ หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวให้

หมาดๆ  และพอกทิ้งไว้ 20 – 30 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น  เท่านี้ก็จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส

และเนียนนุ่มน่าสัมผัสเลยค่ะ

 

–  น้ำนม 1 – 2  แก้ว  ก็ช่วยให้ผิวขาวได้  เพียงนำมาชโลมผิวให้ทั่ว  และเมื่อผิวแห้งให้ใช้ใยบวบ

ขัดผิวขาว  หากบ้านใครมีอ่างอาบน้ำก็แช่ตัวในน้ำนมยิ่งช่วยเพิ่มความขาวใสและเนียนนุ่มของผิวได้ค่ะ

–  ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้ให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมะเขือเทศ  เพราะสีแดงในมะเขือเทศ

มีวิตามินที่จะช่วยให้ผิวของคุณกระจ่างใสและมีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเราได้มาก

เป็นไงคะแต่ละวิธีไม่ยากเลย  กับการ ขัดผิวขาว ขอแค่คุณอย่าละเลยในการดูแลผิว

เพียงเท่านี้ผิวขาว สุขภาพดี จะไปไหนไกลละคะ

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

วิธีใช้ ขมิ้นขัดผิว ให้มีผิวเนียนสวย

 

ขมิ้นขัดผิว

สำหรับวันนี้ เรามาย้อนรอยดูเคล็ดลับที่จะช่วยทำให้ผิวเนียนสวย ด้วยการวิธีการบำรุงผิวของคุณสาวๆ สมัยก่อน ด้วยสมุนไพรพื้นบ้านอย่าง “ขมิ้น” กันดีกว่า

ขมิ้น มีคุณสมบัติที่ช่วยในการบำรุงผิว สาวๆ ในสมัยโบราณ ถ้าหากใครที่มีผิวเนียนละเอียดสวยก็มักที่จะได้รับคำเปรียบเปรยจากบรรดาหนุ่มๆว่า “ผิวเหมือนขมิ้น” ด้วยคุณประโยชน์ของขมิ้นดังกล่าว ในปัจจุบันจึงได้มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิด ที่ได้นำขมิ้นมาเป็นส่วนผสมสำคัญในการช่วยบำรุงผิวให้สวย

คุณสมบัติของขมิ้นในการบำรุงผิวพรรณ

ขมิ้นชัน มีสาร Curcumin และมีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ในการยังยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด สามารถใช้ทาผิวเพื่อรักษาบรรเทาอาการผดผื่นคัน นอกจากนี้ผงขมิ้นยังใช้ทาตัวเพื่อให้มีสีเหลืองทอง ในขณะเดียวกันก็ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมกับฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด ในสมัยก่อน คนในแถบตอนใต้ของเอเชีย และแถบตะวันออกไกลนิยมใช้ขมิ้นทาผิวหน้าเพื่อให้นุ่มนวล หรือใช้ในการอาบน้ำทำให้ผิวดูผ่องใสมากยิ่งขึ้น

การใช้ขมิ้นในการบำรุงผิวเอง ก็มีวิธีที่มากมายที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น การทำให้เป็นครีม การนำมาทาตัว การพอกหน้า เป็นต้น สำหรับในวันนี้ จะขอแนะนำหนึ่งในวิธีการใช้ขมิ้นเพื่อการบำรุงผิว โดยใช้วิธี “การขัดผิวด้วยขมิ้น” เผื่อคุณสาวๆจะเกิดความสนใจนำไปประยุกต์ใช้บำรุงผิวให้เนียนสวยกันถ้วนหน้า

วิธีการขัดผิวด้วยขมิ้น

สาวๆ ในสมัยก่อนนิยมใช้ขมิ้นในการขัดผิวอยู่เป็นประจำทุกวัน โดยขมิ้นที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นขาว หรือ ขมิ้นชัน หรือเป็นขมิ้นสด หรือ ขมิ้นผง ก็สามารถนำมาใช้ในการขัดผิวได้เช่นเดียวกัน เพียวแต่จะมีวิธีการนำมาใช้ที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ดังต่อไปนี้

1. ขมิ้นสด หากเป็นขมิ้นชันสด สีเหลือง นำขมิ้นไปล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก แล้วขูดกับที่ขูดขมิ้นให้ละเอียด หลังจากนั้นให้นำขมิ้นที่ได้มาทำการขัดผิวได้เลย หรืออาจจะมีการนำไปผสมกับส่วนประกอบอื่นๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิว เช่น นมสด ดินสอพอง มะนาว มะขามเปียก เป็นต้น โดผสมร่วมกับขมิ้นเพียงเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนนำไปขัดที่ผิว

2. ขมิ้นผง นำขมิ้นผงผสมกับน้ำเล็กน้อย ให้มีลักษณะข้น แล้วทำการขัดลงไปบนผิวได้โดยตรง หรืออาจนำส่วนผสมอื่นๆ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวผสมลงไป เช่น น้ำนม หรือน้ำผึ้ง เป็นต้น ถ้าหากเป็นการขัดบริเวณใบหน้า ให้ล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำขมิ้นผงที่เตรียมเอาไว้ขัดใบหน้าเบาๆจนทั่ว พอกทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงล้างออกโดยน้ำอุ่นๆ จะช่วยทำให้สิวเสี้ยวหลุดออกมา สมานผิวและรูขุมขน ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ไม่ให้เกิดเป็นแผลเป็น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้า นุ่ม และเนียนมากยิ่งขึ้น

การขัดผิวด้วยขมิ้น สามารถขัดผิวได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ควรขัดผิวในตอนเย็น เนื่องจากผิวบริเวณที่ขัดจะกลายเป็นสีเหลืองจากขมิ้น อีกทั้งสีขมิ้นยังค่อนข้างจะติดที่ผิว ซึ่งไม่ต้องตกใจไป อาจจะต้องล้างขมิ้นที่ติผิวออกสัก 2-3 ครั้ง สีเหลืองจากขมิ้นจึงจะหลุดออกจากผิวไปจนหมด…

พืช ผัก สมุนไพรอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุงผิว ให้เรียบเนียน
         นอกจากการใช้ขมิ้นขัดผิว เพื่อช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนสวยแล้ว ยังมีสมุนพืช ผัก สมุนไพรอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจในการบำรุงผิวพรรณไม่แพ้กัน อาทิเช่น
 1.แตงกวา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว พร้อมกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวด้วยเอนไซม์ Erepsin ที่ทำหน้าที่ย่อยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดลอกออก เพิ่มความกระชับ ลดการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดเลือนฟื้นฟูรอยแผลเป็น สิว รอยสิว ปรับสภาพให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  2.องุ่นและผลไม้รสเปรี้ยว เหล่ากรดธรรมชาติจากผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของสาร AHA ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และจุดด่างดำบนผิวหนัง
 3.ใบบัวบก หนึ่งในสุดยอดสารสกัดที่ช่วยในการฟื้นฟูและป้องกันรอยแผลเป็นด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยโครงสร้างแบบร่างแห ช่วยให้ผิวกระชับ ทำให้ผิวเต่งตึง ยืดหยุ่น เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว และยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
 4.ดอก Comfrey สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดเลือนริ้วรอย หลุมสิวให้หายรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เสริมคอลลาเจนในชั้นผิว เสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อต้านอาการอักเสบ ลดการระคายเคือง

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.

เบื่อไหม กับการกิน ฉีด ยา เพื่อให้ผิวขาว งั้นมา ขัดผิวขาว กันเถอะ

การมีผิวพรรณที่สวยสดใส ขาว เนียนนุ่มน่าสัมผัส เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ

แล้วก็คงไม่ได้อยากศัลยกรรม หรือว่าฉีดผิวขาว กันใช่ไหมล่ะ เพราะราคามันก็แพงแสนแพง พร้อมทั้งเจ็บตัวเสียเหลือเกิน ไม่เหมาะแน่กับคนที่กลัวเข็ม กลัวเลือด และกลัวผลข้างเคียง

ไม่เป็นไรไปคะ หากอยากขาวใส เรามีวิธีการคะ นั่นคือ การขัดผิวขาว มันช่วยได้จริงๆนะคะ ไม่ได้โม้ เพียงทำเป็นประจำ โดยมีทั้งวิธีการที่สามารถทำเองได้งายที่บ้าน หรือจะไปใช้บริการตามสถานเสริมความงาม ก็สามารถทำได้ทั้งนั้นคะ โดยแน่นอนว่าราคาของการขัดผิวขาว ก็แตกต่างกันออกไป

ขัดผิวขาว

ส่วนราคาของการขัดผิวขาว ก็จะอยู่ที่เริ่มจากหลักร้อยไปเรื่อยๆคะ อาจจะเป็นหลักหมื่น หากเป็นสปาที่สวย หรู และมีชื่อเสียงคะ

แต่หากไม่อยากเสียเงิน อย่างที่ว่า ทำเองก็ได้คะ เพียงเตรียมสูตรง่ายๆดังนี้ คือ

1. มะขามเปียก ขัดผิวขาว ทาลงไปเลยบนผิว AHA ของกรดผลไม้อ่อนๆจะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะบริเวณผิวหน้าหรือผิวตัว ก็ทำได้

2. น้ำนมเพื่อผิวขาว หากมีอ่างอาบน้ำ ก็แช่ลงไปเลย หรือหากไม่มีอ่างก็ทาลงไปบนผิวได้เลย ทิ้งไว้ 10 – 15 นาที แล้วล้างออก ผิวจะค่อยๆเนียนขึ้น และดีขึ้นตามลำดับ

เอาเป็นว่า หากทำได้สม่ำเสมอ  เพียงแค่นี้ ผิวของเราก็เอาอยู่แล้ว อย่าลืมทาครีมกันแดด เป็นประจำด้วย

ขัดผิวขาว

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

AESTA – ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน ออร์แกนิกเข้มข้น นำเข้าจากญี่ปุ่น)
Beauty24 Co.,Ltd.