ตามมาดูราคา ว่า หากอยาก หน้าเรียว ต้องจ่าย เท่าไหร่

 

เมื่อกระแสเกาหลีมาแรงอย่างในปัจจุบัน เชื่อว่าคงมีสาวๆ ไทยหลายคนที่อยากจะมีใบหน้าที่เรียวสวยเหมือนกับดาราเกาหลีที่ตัวเองชื่นชอบ ด้วยความต้องการนี้เอง ที่ทำให้ธุรกิจเสริมความงามต่างๆ นำเสนอวิธีการมากมายที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ เรียวสวย ตั้งแต่ราคาที่แสนถูก ไปจนถึงราคามหาแพง ซึ่งคงไม่สามารถแนะนำได้ว่า วิธีการไหนดี หรือคุ้มค่า เพราะมันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณสาวๆ มากกว่าว่า ต้องการจะเห็นผลที่รวดเร็วในราคาที่แสนแพง หรือเห็นผลช้าๆ ในราคาประหยัด

สำหรับในวันนี้ จะขอพาสาวๆ ไปรู้จักกับวิธีการต่างๆที่จะช่วยทำให้หน้าเรียวขึ้น ว่าวิธีการยอดนิยม ที่ไม่ใช่การทำศัลยกรรมนั้น มีอะไรกันบ้าง..?

1. การผ่าตัดกราม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่เกินไป จนทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วนที่สวยงาม ซึ่งมีราคาค่าใช้จ่ายขั้นต้นอยู่ที่ 55000 บาท ขึ้นไป

2. การฉีดโบท็อก เป็นการฉีดสาร Botox ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ เข้าไปลดกราม เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณครั้งละ 4500 บาท ขึ้นไป และต้องมีการฉีดอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

3. การดึงหน้า เช่น การทำ Ulthera ซึ่งเป็นวิธีการยกกระชับใบหน้า ดึงหน้าและปรับรูปหน้าให้เรียวโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งการใช้วิธีดังกล่าวในการทำให้ใบหน้าเรียว มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ครั้งละมากกว่า 15000 บาท ขึ้นไป

4. การฉีดแก้มหรือเมโสแฟต เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันช่วงแก้มเยอะ หน้ากลมใหญ่ เป็นการฉีดเพื่อช่วยลดไขมันบริเวณแก้มลง ซึ่งจะช่วยปรับใบหน้าให้เล็กลง มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ครั้งละ 1000 บาท และต้องฉีดเป็นประจำทุกสัปดาห์

5. ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง เป็นการแก้ไขหรือเติมเต็มความบกพร่องของผิว โดยการฉีดสาร Hyaluronic acid เพื่อเสริมปริมาณเนื้อบนใบหน้าทำให้หน้าดูเรียวขึ้น มีราคาค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ 4500 บาท ขึ้นไป

6. การร้อยไหมละลาย เป็นการปรับใบหน้าให้เรียวด้วยการร้อยไหมละลายชนิด PDO (Polydioxolane) ซึ่งเป็นเทคนิคจากประเทศเกาหลี เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ค่าไหมราคาเส้นละ 500-2500 บาท โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ไหมจำนวน 10 เส้น ขึ้นไป ซึ่งผลของการรักษาจะอยู่ได้นาน 2-5 ปี

7. การจัดฟันหรือดัดฟัน การจัดฟันสำหรับบางคนทำให้ใบหน้าดูเรียวลงได้ ในทางการแพทย์ไม่แนะนำให้จัดฟันเพื่อต้องการให้หน้าเรียวเล็ก ถ้าหากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจริงๆ ขอแนะนำให้ใช้วิธีอื่นจะดีกว่า สำหรับราคาค่าใช้จ่ายขั้นต้นก็อยู่ที่ 30000-50000 บาท

8. ครีมหน้าเรียว หรือการทาครีมเพื่อลดไขมันบริเวณหน้า โดยการนวดที่ใบหน้าให้ดูเรียวเล็กลง แต่สามารถเห็นผลได้ช้า ซึ่งในปัจจุบันมีสินค้าจำนวนมากที่มีการโฆษณาสรรพคุณว่าสามารถทำให้ใบหน้าเรียวลงได้ โดยมีราคาที่แตกต่างกันไปถ้าครีมที่เป็นแบรนด์ดังก็มีราคา ตั้งแต่ 1000 บาทขึ้นไป ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อมาใช้

9. ลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวของญี่ปุ่น เป็นการนำลูกกลิ้งนวดหน้า มาถูไปมาบริเวณคางและแก้มขึ้นลง เสมือนเป็นการออกกำลังกายเป็นประจำ วันละ 15-30 นาที จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพงเพียงประมาณอันละ 180 บาท

วิธีทำให้ใบหน้าดูเรียวง่ายๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงิน

นอกจากหลากหลายวิธีการที่ทำให้ใบหน้าเรียวลงแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยทำให้ใบหน้ากลมๆ ของสาวไทยให้ดูเรียวสวยขึ้นได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากการใช้วิธีการที่ไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งมีเทคนิควิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. การนวดหน้าให้เรียว เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้ออย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

  • นวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก แล้วค่อยๆนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นลงเบาๆ จนถึงขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง
  • ใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดเบาๆบริเวณใต้ดวงตา โดยเริ่มตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปมาเบาๆ 3 ครั้ง
  • นวดกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปาก ในลักษณะแบบยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วนิ่งเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำซ้ำให้ครบ 3 ครั้ง
  • นวดกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้าง นวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปาก ในลักษณะยกขึ้น 3 ครั้ง
  • นวดบริเวณรอบดวงตา ใช้นิ้วนางและนิ้วกลางกดทับผิวบริเวณหัวตาทั้งสองข้างเบาๆ ประมาณ 5 วินาที แล้วลูบผ่านไปที่เปลือกตา ไปกดที่บริเวณขมับ ควรทำเป็นประจำเพื่อผ่อนคลายใบหน้า

2. ใช้เทคนิคการแต่งหน้า โดยการนำเอาบรอนเซอร์ และบลัชออน ที่มีโทนสีชมพูสวยๆ มาช่วยในการแต่งหน้า โดยการนำใช้ในการปัดบลัชออนสีชมพูอมเบจ ซึ่งจะมีสีที่อ่อนกว่าบรอนเซอร์ ที่ลงบริเวณโหนกแก้มของเราด้านบน จากนั้นให้ดูดแก้มเข้าไปจนเกิดเป็นรอยบุ๋ม แล้วทำการปัดบรอนเซอร์ที่มีสีเข้มกว่าลงไปบนแก้ม พร้อมทั้งเกลี่ยทั้งบรอนเซอร์และบลัชออน เพื่อให้ดูกลมกลืนกันมากขึ้น และที่สำคัญต้องระวังอย่าให้เห็นเป็นขอบที่เป็นแนวที่มีความชัดเจนด้วย

3. ทรงผม เป็นการใช้ทรงผมเพื่อช่วยในการทำให้ใบหน้าของเรามีความเรียวเพิ่มมากขึ้น โดยอาจเริ่มจากการตัดเป็นทรงผมม้า เพื่อให้มีความยาวในระดับคิ้ว หรืออาจจะทำการซอยผม เพื่อไล่ระดับของทรงผมให้อยู่ประมาณใบหู แล้วอาจใช้ลูกเล่น หรือการเพิ่มรายละเอียดต่างๆ บริเวณครึ่งบนของศีรษะด้วยแทนที่ทรงผม ซึ่งจะมีเพียงแค่ความยาวที่อยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด เพื่อจะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง หรือจะลองถามช่างตัดผมดูก็ได้ว่าผมทรงไหนที่เหมาะสมและช่วยไห้ใบหน้าของคุณดูเรียวขึ้น

4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เลิกทานอาหารที่เคี้ยวยาก ซึ่งจะทำให้กล้ามของคุณใหญ่ขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ให้ลองหันมารทานผักและผลไม้แทน พร้อมกับเลิกเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ อาหารที่มีรสเค็ม เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการใบหน้าบวม

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ และควบคุมอาหาร เป็นการช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ในใบหน้า และยังช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระชับ ไม่เหี่ยวย่น

        สำหรับใครที่มีปัญหาข้างต้นต้องการหา ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ และความเสื่อมของระบบในร่างกาย สมรรถภาพ มะเร็ง เบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว ทางเว็บไซต์ขอแนะนำให้ดูคลิปรายการ และคลิปคุณหมอ เรื่องสารสกัด ASTAXANTHIN (แอสตาแซนธิน) ด้านล่างนี้ได้เลย หรือ PDF รายละเอียดสินค้า

aesta-promotion

Check our Featured products! สินค้าขายดี!!

@kwang

by @kwang

@kwang. แอดมินกวาง ผู้คร่ำหวอดในวงการ สุขภาพ ลดน้ำหนัก อาหารเสริม และ สินค้าความงามตั้งแต่ปี 2010 อยากรู้เรื่องอะไรสอบถามได้เลยค่ะ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเตรียมตอบคำถามให้คุณ Line: @beauty24store / Tel: 092-254-8284


loading...

"ติดต่อสอบถามสินค้าและบริการ" Call center: 092-254-8284 แอดไลน์ : @xgn3858s หรือกดลิ้งเลยค่ะ Line@ คลิ๊ก


Leave a Reply